กระทรวง พม. จัดงานแถลงข่าว “งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.” เพื่อเปิดตัวของขวัญปีใหม่ 2564 ที่จะมอบความสุขให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ และผู้ประสบปัญหาทางสังคม โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการฯ
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) และผู้แทนจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมการแถลงข่าว ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า “งานพรปีใหม่ 2564 จากใจ กระทรวง พม.” เป็นการมอบของขวัญปีใหม่ ปี 2564 เพื่อส่งความสุขให้แก่กลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ โดยได้คัดเลือกกิจกรรมสำคัญตามภารกิจกระทรวง พม. ประกอบด้วย ของขวัญชิ้นที่ 1 คือ การพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้แก่ โครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย “บ้านเคหะสุขประชา” จำนวน 20,000 หน่วย ของขวัญชิ้นที่ 2 คือ 1,300 ทั่วไทย สายด่วน พม. “สายด่วนสังคม สร้างความอุ่นใจ อยู่ใกล้ประชาชน”
ของขวัญชิ้นที่ 3 คือ พัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ของขวัญชิ้นที่ 4 คือ พม. สร้างอาชีพครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว จำนวน 1,000 ราย
ของขวัญชิ้นที่ 5 คือ รายการโทรทัศน์สำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ ของขวัญชิ้นที่ 6 คือ ร่วมสานพลัง มอบของขวัญแก่น้อง จำนวน 6,464 ชิ้น
ของขวัญชิ้นที่ 7 คือ ปรับปรุง/ซ่อมแซมบ้าน สำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ จำนวน 25,064 หลัง และของขวัญชิ้นที่ 8 คือ จัดบริการ “จิตอาสา” เพื่ออำนวยความสะดวกบริการรถเข็นวีลแชร์ให้แก่กลุ่มคนพิการที่ต้องการความช่วยเหลือระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่
ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติร่วมมอบความสุขให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยฉลองปีใหม่ 2564 กับของขวัญชิ้นที่ 1 คือ โครง การ “บ้านเคหะสุขประชา” จัดสร้างบ้านเช่าราคาถูก เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณอายุ และประชาชนที่มีรายได้น้อย จำนวน 20,000 หน่วย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ตกงาน มีรายได้ลดน้อยลง ไม่มีที่อยู่อาศัย สามารถเช่าบ้านสำหรับพักอาศัยได้ในราคาประหยัด รวมทั้งแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ พร้อมเริ่มต้นวิถีชีวิต New Normal โดยมีแนวคิดการจัดทำโครงการคือ
1) การสร้างบ้านเช่ามาตรฐานสูงราคาประหยัด 2) การดูแลชุมชนที่ดีมีมาตรฐาน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 3) การยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้อยู่อาศัยด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีบ้าน มีอาชีพ มีรายได้ มีความสุข โดยการจัดสรรประโยชน์ในรูปแบบเศรษฐกิจสุขประชา เช่น เกษตรกรรม ปศุสัตว์ ตลาด อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ศูนย์การค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่
ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้กำหนดอัตราค่าเช่าหลังละ 999-3,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับรูปแบบบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ประกอบด้วย แบบ (X) studio เป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุ/คนพิการ แบบ (A) studio เป็นบ้านสำหรับผู้อาศัยอยู่ลำพัง แบบ (B) One Bed room เป็นบ้านสำหรับผู้อาศัยอยู่ไม่เกิน 2 คน และแบบ (C) Two Bed room เป็นบ้านสำหรับผู้อาศัยอยู่ 2-4 คน ซึ่งจะจัดสร้างโครงการ “บ้านเคหะสุขประชา” ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยพิจารณาตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบจัดวางผังโครงการให้สามารถใช้พื้นที่ได้ประโยชน์สูงสุด ประกอบด้วย พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย 30-35% พื้นที่สีเขียว 10-15% ที่จอดรถ 5-10% และพื้นที่เหลือสำหรับพื้นที่สร้างอาชีพเศรษฐกิจสุขประชา
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติยังได้ร่วมมอบของขวัญปีใหม่ คือ ปรับปรุง/ซ่อมแซมบ้านสำหรับกลุ่มเปราะบาง จำนวน 25,064 หลัง ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาส ในวงเงิน 20,000-40,000 บาทต่อหลัง (ตามระเบียบหลักเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน) โดยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จำนวน 15,000 หลัง กรมกิจการผู้สูงอายุ จำนวน 4,000 หลัง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวน 4,000 หลัง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จำนวน 2,000 หลัง และการเคหะแห่งชาติ จำนวน 64 หลัง (ดำเนินการภายใต้โครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ของการเคหะแห่งชาติ หรือโครงการบ้านสบายเพื่อยายตา) อีกด้วย


