xs
xsm
sm
md
lg

สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 29 ต.ค. 2563

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ที่ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่าผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีจะออกมาดีเกินคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,659.11 จุด เพิ่มขึ้น 139.16 จุด หรือ +0.52% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,310.11 จุด เพิ่มขึ้น 39.08 จุด หรือ +1.19% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,185.59 จุด เพิ่มขึ้น 180.72 จุด หรือ +1.64%

-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) หลังการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวน โดยตลาดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดของวันหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และระบุว่าจะเพิ่มการสนับสนุนเศรษฐกิจมากขึ้นในเดือนธ.ค.

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.12% ปิดที่ 341.76 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,569.67 จุด ลดลง 1.45 จุด หรือ -0.03% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,581.75 จุด ลดลง 1.05 จุด หรือ -0.02% ขณะที่ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,598.07 จุด เพิ่มขึ้น 37.56 จุด หรือ +0.32%

-- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้ว

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,581.75 จุด ลดลง 1.05 จุด หรือ -0.02%

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรป จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 1.22 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 36.17 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2563

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.47 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 37.65 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 2563

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกัน 2 วันทำการเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ที่ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 11.2 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,868 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2563

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 0.1 เซนต์ หรือ 0.004% ปิดที่ 23.36 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 25.5 ดอลลาร์ หรือ 2.91% ปิดที่ 849.5 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 52.10 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 2,198,50 ดอลลาร์/ออนซ์

-- สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมเดือนหน้า นอกจากนี้ สกุลเงินยูโรยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในยุโรป เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1671 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1752 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2927 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2991 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7026 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7059 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.66 เยน จากระดับ 104.33 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9158 ฟรังก์ จากระดับ 0.9100 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3324 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3296 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.58% แตะที่ระดับ 93.9493 เมื่อคืนนี้

ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 26,659.11 จุด เพิ่มขึ้น 139.16 จุด, +0.52%

ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 3,310.11 จุด เพิ่มขึ้น 39.08 จุด, +1.19%

ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 11,185.59 จุด เพิ่มขึ้น 180.72 จุด, +1.64%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,598.07 จุด เพิ่มขึ้น 37.56 จุด, +0.32%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,581.75 จุด ลดลง 1.05 จุด, -0.02%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,569.67 จุด ลดลง 1.45 จุด, -0.03%

ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 39,749.85 จุด ลดลง 172.61 จุด, -0.43%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 2,450.68 จุด ลดลง 32.80 จุด, -1.32%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,495.20 จุด ลดลง 5.15 จุด, -0.34%

ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,128.23 จุด ลดลง 15.82 จุด, -0.31%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 24,586.60 จุด ลดลง 122.20 จุด, -0.49%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,272.73 จุด เพิ่มขึ้น 3.49 จุด, +0.11%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,326.67 จุด ลดลง 18.59 จุด, -0.79%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,960.3 จุด ลดลง 97.4 จุด, -1.61%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,168.00 จุด ลดลง 93.80 จุด, -1.50%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 23,331.94 จุด ลดลง 86.57 จุด, -0.37%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 12,662.91 จุด ลดลง 130.84 จุด, -1.02%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 6,249.39 จุด ลดลง 128.40 จุด, -2.01%


กำลังโหลดความคิดเห็น...