xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นปิดบวกขานรับหลายประเทศใช้นโยบายการเงิน-การคลัง บรรเทาผลกระทบโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หุ้นไทยบวก 11.93 จุด ปิดที่ 1,091.96 จุด ขานรับหลายประเทศใช้นโยบายการเงิน-การคลังบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ขณะที่ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสและความเชื่อมั่นธุรกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขชัดเจน ดังนั้น มาตรการจากนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจึงเป็นการกระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้นเท่านั้น

ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ (26 มี.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,091.96 จุด เพิ่มขึ้น 11.93 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +1.10% มูลค่าการซื้อขาย 62,344.06 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ทำระดับสูงสุด 1,103.59 จุด และต่ำสุด 1,072.94 จุด

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นรับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 วงเงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ดัชนีฯ สามารถขึ้นทดสอบระดับ 1,100 จุดได้ระหว่างวัน ซึ่งเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเชื่อว่าช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 แต่ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสและความเชื่อมั่นธุรกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขชัดเจน ดังนั้น มาตรการจากนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจึงเป็นการกระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้นเท่านั้น

ส่วนตลาดหุ้นไทยยังต้องจับตามาตรการใหม่ๆ ภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่จะทยอยออกมานั้นจะช่วยหยุดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยดูที่จำนวนผู้ติดเชื้อ ดังนั้น จึงยังต้องติดตามการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็น -5.3% ถือว่าแรงกว่าโบรกเกอร์ทุกสำนักคาดการณ์ ซึ่งคงจะเป็นการมองกรณีเลวร้าย หากคาดการณ์ GDP 0% จะทำให้ EPS ของตลาดอยู่ที่ประมาณ 80 บาท/หุ้น ถ้า GDP ต่ำกว่าจะต้องปรับลด EPS อีก ในแง่ความเสี่ยงหุ้นมอง upside มีไม่มาก และ downside ก็ไม่มากแล้วเหมือนกัน จากที่หุ้นได้ปรับตัวลงไปมากแล้วจนหุ้นบางตัวต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี

ด้านประเภทนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 4,464.21 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 919.16 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,949.13 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 1,595.92 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...