xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นไทยปิดบวก 10.68 จุด โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคารพาณิชย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หุ้นไทยปิดบวก 10.68 จุด โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มไฟฟ้าเข้ามาผลักดันตลาด รวมถึงเริ่มมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เข้ามาด้วย หลังจากราคาปรับลดลงจนเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง สำหรับแนวโน้มวันที่ 24 ต.ค. คาดว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านใหม่ต่อเนื่อง

ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ (22 ต.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,631.46 จุด เพิ่มขึ้น 10.68 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +0.66% มูลค่าการซื้อขาย 38,840.69 ล้านบาท โดยการซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก ดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,631.94 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,624.44 จุด

นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี หลังจากที่วานนี้ปรับตัวลดลงไปค่อนข้างแรง จากความกังวลการส่งออกของไทยที่ชะลอตัว โดยวันนี้มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มไฟฟ้าเข้ามาผลักดันตลาด รวมถึงเริ่มมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เข้ามาด้วย หลังจากราคาปรับลดลงจนเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ประกอบกับนักลงทุนก็รับรู้ปัจจัยลบของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไปบ้างแล้ว ทำให้เริ่มเห็นราคาหุ้นกลุ่มนี้จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/62 ของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยออกมาในช่วงนี้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมี ที่อาจจะมีการปรับประมาณการกำไรลงอีก และอาจจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยให้มีความผันผวนได้

สำหรับปัจจัยภายนอกประเทศนับว่าค่อนข้างดี โดยกรณีการแยกตัวของอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) นั้น ตลาดเชื่อว่าจะไม่ออกโดยไร้ข้อตกลง ขณะที่สงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีน กับสหรัฐฯ เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยจะปิดทำการ 1 วันในวันพรุ่งนี้เนื่องในวันปิยมหาราช และจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 24 ต.ค. โดยนายกิจพลคาดว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านใหม่ต่อเนื่อง โดยให้แนวต้านที่ 1,635 จุด และ 1,650 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,620 จุด

ด้านประเภทนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 821.39 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 46.94 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 564.95 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 303.37 ล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...