xs
xsm
sm
md
lg

“คอปเปอร์ ไวร์ด” มั่นใจเทรดวันแรก 18 ต.ค.นี้เหนือราคาจอง รับกระแส iPhone11 เปิดตัว คาดผลตอบรับเยี่ยม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


CPW หุ้นใหม่ล่าสุดมาแรง พร้อมเข้าซื้อขายในตลาด SET 18 ตุลาคมนี้ กำหนดราคาไอพีโอที่ 2.38 บาท มั่นใจได้รับการตอบรับจากนักลงทุนด้วยธุรกิจมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผู้บริหารมีประสบการณ์กว่า 19 ปี ปัจจุบันเป็นผู้นำธุรกิจสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลายที่สุดในประเทศ ปักธงเป็น New Star ดวงใหม่ของวงการค้าปลีกไอทีไทย เติมเต็มไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเมื่อเข้าสู่ยุค 5G โดยตั้งเป้าปีนี้รายได้เติบโตต่อเนื่อง 10-15% ด้านโบรกฯ ให้กรอบราคาเหมาะสมไว้ที่ 3.10-3.20 บาท มั่นใจเทรดวันแรกได้รับการตอบรับเหนือราคาจอง

หม่อมหลวง ทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยถึงกระแสหุ้นน้องใหม่ CPW ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ด้วยปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจอยู่ในเทรนด์ที่มีการเติบโตสูง ตามภาพรวมของเทคโนโลยี 5G ที่จะเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในปลายปี 2563 เป็นกระแสที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล สนับสนุนการรองรับข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมหาศาล อาทิ IoT ทำให้สินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ได้รับการตอบรับ มีการเปลี่ยนเครื่องมือสื่อสารเพื่อเข้าสู่ยุค 5G เพิ่มขึ้น สอดคล้องวิสัยทัศน์และแผนการขยายตลาดของ CPW จึงเชื่อว่าจะสนับสนุนให้ยอดขาย และอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์มีอัตรากำไรและการเติบโตสูงกว่าสินค้ากลุ่มอื่น

รวมทั้งการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ไว้ที่ 2.38 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสม คิดเป็นมูลค่าการระดมทุน 380.8 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บทวิเคราะห์ที่มีการประเมินราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 3.10-3.20 บาทต่อหุ้น สะท้อนราคาไอพีโอยังมีส่วนลดในระดับที่น่าสนใจ อีกทั้งในการจัดสรรหุ้นที่ผ่านมา พบว่ามีนักลงทุนสถาบันและรายย่อยแสดงความสนใจเข้ามาจองซื้อเป็นจำนวนมาก จึงมั่นใจว่า CPW จะเป็นอีกหุ้น Growth stock พร้อมกับเป็น Dividend stock ที่พร้อมจะเติบโตไปกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

ทั้งนี้ CPW เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 26.67% ของจำนวนหุ้นสำมัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก ได้แก่ บริษัท วีเน็ท แคปปิทอล จำกัด และกลุ่มครอบครัวอิงค์ธเนศ รวม 54.89% นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข 11.28% อื่นๆ รวม 7.23% และประชาชนทั่วไป 26.60%

ด้านนายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยถึงความเชื่อมั่นหุ้น CPW จะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนได้ เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ 19 ปีในธุรกิจค้าปลีกไอที และเป็นผู้นำในการจำหน่ายสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตในตลาดโลก จึงตัดสินใจเข้ามาขยายการเติบโตในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และจะเข้าซื้อขายบนกระดานในวันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นวันแรก ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ iPhone 11 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และมั่นใจได้ว่า CPW จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

ปัจจุบัน CPW มีร้านค้าปลีกจำนวน 40 สาขา ได้แก่ ร้าน .life ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์จำนวน 20 สาขา และ Apple brand shop จำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ภายใต้ร้าน iStudio by copperwired ร้าน Ai_ และร้าน U-Store by copperwired รวม 15 สาขา มีศูนย์บริการซ่อมภายใต้แบรนด์ ร้าน iServe 5 สาขา รวมทั้งมีบริษัทย่อย 1 แห่งเพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่ง คือ บริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ในปี 2563 ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 6 สาขา ได้แก่ ร้าน .life และร้าน Apple Brand Shop รวมทั้งปรับปรุงสาขาร้านค้าปลีก 3 สาขา ได้แก่ ร้าน .life ให้มีความทันสมัยและมีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น สะท้อนการเข้ามารุกตลาดสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มกำลัง

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตกว่างวดครึ่งปีแรกจากแผนการขยายสาขาใหม่ และการปรับปรุงสาขาเดิมแล้วเสร็จ โดยเฉพาะไตรมาส 4/2562 จะเข้าสู่ไฮซีซันธุรกิจ สินค้าใหม่ทยอยเปิดตัว ได้แก่ iPad, Apple Watch และ iPhone 11 รุ่นใหม่ ที่กำหนดวางจำหน่ายวันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นวันแรก รวมทั้งการจับจ่ายใช้สอยสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ในช่วงปลายปี สนับสนุนเป้าหมายรายได้ทั้งปีจะเป็นไปตามที่วางไว้ โดยในปี 2562 CPW ตั้งเป้าจะเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปีก่อนมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านบาท และเดินหน้าขยายการเติบโตในสินค้าทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมนำสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกประเภท

ผลประกอบการล่าสุดงวดประจำ 6 เดือนแรกปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,577.80 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 236.98 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 26.48 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 15.13% อัตรากำไรสุทธิ 1.68% โดยรายได้หลักของบริษัทฯ มาจากสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์สัดส่วน 46.33% กลุ่มโทรศัพท์มือถือ 22.94% กลุ่มคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต 27.72% กลุ่มบริการซ่อมแซม และรับประกัน 2.43% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังจากหักสำรองต่างๆ จึงเชื่อมั่นว่า CPW จะเป็นทั้งหุ้นที่มีการเติบโตแบบ Growth stock และ Dividend stock ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...