xs
xsm
sm
md
lg

“สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์” ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขาย IPO พร้อมเข้า SET

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์" ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขาย IPO จำนวน 64 ล้านหุ้น โดยมี บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมเดินหน้าเข้า SET นำเงินชำระคืนหนี้

บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) โดยแบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจำนวนไม่เกิน 64 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 10% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และหุ้นสามัญเดิมที่ถือโดย บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด และ/หรือ บริษัท สามารถ อินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด รวมถึงอาจจะมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินอีก

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน วัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อใช้ชำระคืนหนี้สินกับสถาบันการเงิน

SAV หรือเดิมชื่อบริษัท สามารถ ทรานส์โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding company) เน้นการลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจการจราจรทางอากาศ หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการจราจรทางอากาศ โดยปัจจุบันถือหุ้น 100% ใน บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) เพียงบริษัทเดียว

สำหรับ CATS เป็นบริษัทสัญชาติกัมพูชา ให้บริการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ (Air Navigation Service Provider : ANSP) แต่เพียงรายเดียวสำหรับทุกสนามบินในกัมพูชาทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติพนมเปญ, สนามบินนานาชาติเสียมราฐ และสนามบินนานาชาติสีหนุ ซึ่งเป็นสนามบินที่ให้บริการการบินทั้งในและระหว่างประเทศ รวมไปถึงสนามบินพระตะบอง, สนามบินเกาะกง และสนามบินสตึงเตรง ให้บริการเฉพาะการบินภายในประเทศ

รายได้ของ CATS แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงในประเทศ (Landing & Take-off : Domestic) สัดส่วนรายได้คิดเป็นประมาณ 3.73-5.08% ของรายได้จากการให้บริการรวมงวดปี 59-61 และงวด 6 เดือนแรกของปี 61 และปี 62, รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศ (Landing & Take-off : International) สัดส่วนประมาณ 37.23-44.24% และ รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินผ่านเขตน่านฟ้ากัมพูชา (Overflight) มีสัดส่วนประมาณ 50.25-51.16%

ทั้งนี้ รายได้รวมของบริษัทในงวดปี 59-61 เท่ากับ 1,780.63 ล้านบาท 1,872.36 ล้านบาท และ 1,947.35 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนั้นสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ ตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินในทุกประเภทตามการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชา

ส่วนกำไรในงวดปี 59-61 เท่ากับ 279.39 ล้านบาท 317.92 ล้านบาท และ 252.84 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 15.69%, 16.98% และ 12.98% ของรายได้รวม ตามลำดับ

ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 62 มีรายได้รวม 1,044.19 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปี 61 มีรายได้เท่ากับ 924.30 ล้านบาทน โดยเพิ่มขึ้น 12.97% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินในทุกประเภท โดยเฉพาะประเภท Overflight นอกจากนี้ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และรายได้ดอกเบี้ย เนื่องจากมีการให้เงินกู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกันเพิ่มขึ้น

และกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 62 เท่ากับ 246.88 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 111.41 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 12.05% และ 23.64% ของรายได้รวมตามลำดับ

ณ วันที่ 30 มิ.ย. 62 สินทรัพย์รวมเท่ากับ 2,434.04 ล้านบาท หนี้สินรวม 2,359.49 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 74.55 ล้านบาท

บริษัทเปิดโอกาสในการเข้าลงทุนหรือดำเนินการเพื่อให้ได้รับสิทธิในการเป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการจราจรทางอากาศในประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ และ/หรือ CATS ยังเปิดโอกาสในการประกอบธุรกิจหรือเข้าลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการจราจรทางอากาศ เช่น การจัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการจราจรทางอากาศ การจัดหาพนักงานควบคุมจราจรทางอากาศ เป็นต้น

ณ วันที่ 30 ก.ย. 62 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 320 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 640 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และมีทุนที่ออกและชำระแล้วจำนวน 288 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 576 ล้านหุ้น ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มจำนวน

รายชื่อผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด ถือหุ้น 384 ล้านหุ้น คิดเป็น 66.67% และ บริษัท สามารถ อินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 191,997,868 หุ้น คิดเป็น 33.33%

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินหลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯ และตามกฎหมาย


กำลังโหลดความคิดเห็น...