xs
xsm
sm
md
lg

บจ.ไทยแห่ลงทุน “เวียดนาม” ขุมทองแห่งใหม่ธุรกิจพลังงาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เป็นที่ทราบดีว่าทิศทางของธุรกิจพลังงานต่างมุ่งสู่การพัฒนาพลังงานทดแทน เพื่อสอดคล้องกับเทรนด์โลก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของแต่ละประเทศที่ต้องพัฒนาและสนับสนุนการลงทุน ไม่ว่าจะทั้งบริษัทในประเทศหรือบริษัทจากต่างประเทศก็ตาม เพราะในอาเซียนทุกประเทศกำลังพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจของตนอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่าหนึ่งในความจำเป็นของการพัฒนาประเทศคือพลังงานไฟฟ้า จนกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม


“เวียดนาม” เป็นอีกหนึ่งประเทศที่พบว่าเม็ดเงินจากต่างชาติจ้องตาเป็นมัน และต้องการเข้าไปลงทุน ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการดึงดูดเงินลงทุนของต่างชาติ อันเนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ ประชากรในวัยแรงงานที่มีจำนวนมาก อีกทั้งค่าจ้างแรงงานยังไม่สูง แต่เวียดนามก็ยังคงมีความพยายามที่จะพัฒนาสาธารณูปโภคและรายได้ประชากร รวมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศจากที่เน้นการใช้แรงงาน เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเงินลงทุนต่างชาติและแข่งขันในตลาดโลกได้


ปัจจุบัน จะพบว่าการลงทุนไม่ว่าจะเป็นเวียดนามหรือแม้แต่ประเทศในกลุ่มอาเซียน จะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันจากการที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนเข้าไปลงทุนในเวียดนาม เพราะเวียดนามสามารถดูดซึมเทคนิค วิทยาการและเทคโนโลยีที่ผ่านมากับการลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของการร่วมทุน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการผลิตของเวียดนาม และขณะเดียวกัน นับตั้งแต่เวียดนามเปิดประเทศและประกาศกฎหมายว่าด้วยการลงทุนต่างชาติ ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างก็ให้ความสนใจลพยายามแสวงหาโอกาสเข้าไปลงทุนในเวียดนาม เพราะอาเซียนก็สนใจในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกันทั้งด้านการค้าและการลงทุน


เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดใหญ่มีประชากรถึง 73 ล้านคน มีความสมบูรณ์ทางทรัพยาธรรมชาติ มีแรงงานที่มีศักยภาพและมีราคาถูก การมีเวียดนามเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นจะทำให้อาเซียนมีประชากรเพิ่มเป็น 420 ล้านคน และจะมีผลผลิตมวลรวมภายในถึง 500 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ อันจะทำให้อาเซียนมีศักยภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้มากขึ้นด้วย


ดังนั้น “เวียดนาม” จึงกลายเป็นเป้าหมายหนึ่งของ "ทุน" การลงทุนจากต่างประเทศให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องมาตลอด ขณะที่ปัจจุบัน รัฐบาลเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการลงทุนพลังงานทดแทนกว่า 1 แสนเมกะวัตต์ภายใน 20 ปี และถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพการลงทุนสูง ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัวกว่า 6-7% ต่อปี และมีการสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญกับนโยบายพลังงานทดแทนอย่างมากและให้สิทธิประโยชน์เต็มที่ ซึ่งหากมองภาพรวมจากการเติบโตจีดีพี 7% ในปี 61 ที่ผ่านมานั้น ด้วยตัวเลขพลเมืองเกือบ 100 ล้านคน ที่มีคนหนุ่มสาว ขณะที่ประเทศอื่นเช่น ไทย และหลายประเทศของภูมิภาคกลับลดลง หรือเรียกได้ว่าเข้าสู่สังคมที่มีประชากรสูงอายุ senior citizen มาก ดังนั้น จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้เป็นอีกปัจจัยหลักที่หลายผู้ประกอบการต่างหันเข้าไปลงทุนเวียดนาม


บริษัทจดทะเบียนหรือ บจ.ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยหลายแห่งเริ่มเบนเข็มเข้าสู่การลงทุนในเวียดนามมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะมาระยะหลังพบว่ามีมากขึ้นเป็นลำดับ ควบคู่ไปกับการลงทุนในเมียนมา ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าและอื่น ๆ อีกมากเช่นกัน บริษัทที่ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน ต่างมองถึง "ขุมทรัพย์" ของการสร้างรายได้แห่งใหม่ นอกเหนือจากการลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะความต้องการพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไฟฟ้าถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นเพื่อใช้ในการผลิตและอื่น ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่มี บจ.ไทยพาเหรดนำเม็ดเงินเพื่อไปลงทุนในดินแดนลุงโฮ


โดยที่ผ่านมาไม่เพียงแต่การลงทุนด้านถ่านหิน การสร้างเสาโทรคมนาคม การผลิตปุ๋ยหรือการรร่วมทุนอื่น ๆ กลุ่มทุนไหลเข้าสู่เวียดนาม แต่ธุรกิจที่ชัดเจนที่สุดและฮอตฮิตมากในระยะนี้คือโรงไฟฟ้า โซล่าร์ฟาร์ม บริษัทที่ดำเนินธุรกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าจากทั้งพลังงานทดแทนต่างเฮโลกันไปเป็นขบวนเพราะมองเห็นช่องทางสร้างรายได้จากความต้องการใช้ไฟฟ้าของเวียดนาม โดยเฉพาะในเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ


บจ.อยู่ระหว่างรอสรุปดีลไฟฟ้าในเวียดนาม

จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเวียดนาม บริษัทน้อยใหญ่จึงต้องการที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศดัวกล่าว และนอกจากนี้ ยังมี บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSCที่ “ชวลิต ทิพพาวนิช “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ออกมาให้ข้อมูลว่า GPSC อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าทุกรูปแบบในเวียดนาม คาดมีความชัดเจนในปี 63 เนื่องจากเวียดนามมีความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวมากหลายพันเมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังขยายโอกาสการลงทุนในเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมี 3 - 4 โครงการ


บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA คืออีกหนึ่งบริษัทที่รุกหนักด้านพลังงาน “ อมร ทรัพย์ทวีกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA เปิดเผยงว่าขณะนี้อยู่จะปิดดีลเข้าซื้อใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม และโรงไฟฟ้าพลังงานลม เบื้องต้นคือโครงการโซล่าร์และแบตบนเกาะคอนเดา ในเวียดนาม IRR 15% เบื้องต้นคาดว่าจะได้เฟสแรก 8 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการนี้ต้องการกำลังไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ และคาดว่าหากเฟสแรกได้ที่เหลือก็น่าจะเก็บได้หมด


ด้าน บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือEPCO ที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง "ยุทธ ชินสุภัคกุล" ประธานกรรมการ ที่มีบริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EPCO และถือหุ้น 75% ของหุ้นทั้งหมด ขายหุ้นและหนี้ทั้งหมดของบริษัท โซล่าร์ พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) ให้กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC มูลค่า 1,259 ล้านบาท นั่นคือ BGC มองเห็นโอกาสในกาสลงทุนในเวียดนาม ปัจจุบัน SPM ถือหุ้น 67% ของหุ้นทั้งหมดในบริษัท Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในวียดนาม โดย PKSประกอบกิจการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 โครงการ คือ โครงการ Xuan Tho 1 และ โครงการ Xuan Tho 2 มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยนของเวียดนาม ขณะที่หลายบริษัทที่ขยับขยายและบนเข็มสู่เวียดนามไปก่อนหน้าก็เริ่มจะเก็บเกี่ยวรายได้จากการเข้าไปลงทุนแล้ว




กำลังโหลดความคิดเห็น...