กสิกรไทยมั่นใจดันสินเชื่อเติบโตได้แตะกรอบล่างที่ 5% พร้อมเดินหน้าสร้างรายได้ ทั้งบริหารเอ็นพีแอล เพิ่มผลิตภัณฑ์กองทุน-แบงก์แอชชัวรันส์ เล็งตั้งแบงกิ้งเอเยนต์เพิ่ม ต.ค.นี้
น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ในปีนี้สินเชื่อของธนาคารน่าจะเติบโตได้แตะระดับกรอบล่างของเป้าหมายที่ 5% โดยหลักๆ แล้วสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหญ่ และสินเชื่อรายย่อยในส่วนที่มีหลักประกันยังเติบโตได้ดี เช่น สินเชื่อบ้านซึ่งบางส่วนมาจากการรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อบ้านในช่วงไตรมาสแรกที่เติบโตได้ดีก่อนที่จะบังคับใช้เกณฑ์ LTV
"จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตได้ไม่มากนัก สินเชื่อก็คงมองที่กรอบล่าง 5% เป็นหลักจากเป้าหมายที่ 5-7% เพราะเราปล่อยกู้อย่างระมัดระวังมาตั้งเเต่ต้นปีแล้ว ซึ่งจุดเด่นของเราก็คือพอร์ตเอสเอ็มอีที่ใหญ่ และยังมีแผนที่จะขยายไปสู่รายย่อยโดยที่เริ่มไปแล้วเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมที่ใช้ระบบ Data Analysis คัดสรรมา ขณะที่สินเชื่อธุรกิจส่วนใหญ่ยังเป็น Working Cap"
สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารนั้น ในสิ้นปีนี้กน่าจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันที่ 3.4% แม้ว่าธนาคารจะมีแนวทางการบริหารจัดการเอ็นพีแอลเองจากเดิมที่มักจะขายออกไป ซึ่งในปีนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วโดยจะเน้นในกลุ่มที่มีหลักประกันเกินกว่ามูลหนี้ที่จะให้ความร่วมมือในการเจรจาบริหารจัดการหนี้ค่อนข้างดี ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลการบริหารโดยรวมได้ เนื่องจากเพิ่งเริ่มดำเนินการเป็นปีแรกได้ โดยเอ็นพีแอลที่ธนาคารนำมาบริหารจัดการนั้นมีประมาณ 15,000 ล้านบาท
ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้ธนาคารมีแผนเพิ่มรายได้ค่าฟีในหลายธุรกิจ รวมถึงออกโปรดักต์การลงทุนใหม่ๆ ให้มีความหลากหลายและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมถึงธุรกิจแบงก์แอชชัวรันส์ที่เริ่มเติบโตได้ดีขึ้น แต่โดยภาพรวมของรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารในปีนี้จะยังคงติดลบอยู่
นอกจากนี้ ธนาคารยังแผนที่จะเพิ่มตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) โดยในช่วงเดือน ต.ค.2562 จะมีการประกาศตัวแทนธนาคารเพิ่ม จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วประมาน 6 ราย ซึ่งธุรกิจ Banking agent ของธนาคารในช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีปริมาณธุรกรรมเติบโตมาก ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามียอดทะลุ 1 ล้านรายการต่อเดือน
อนึ่ง ปัจจุบันธนาคารแต่งตั้ง banking agent แล้ว 6 ราย ประกอบด้วย 7-11 (11,000 สาขา) ให้บริการทั้งฝากและถอน (ถอนเริ่ม 17 ก.ค.62) ไปรษณีย์ไทย (1,500 สาขา) แฟมิลี่มาร์ท (1,300 สาขา) บิ๊กซี (1,000 สาขา) บางจาก (อินทนิน/สปา 27 สาขา) อเมซอน (1 สาขา)
ขณะเดียวกัน ธนาคารก็ยังเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังภูมิภาค AEC+3 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้เตรียมการไว้แล้ว แต่สามารถผลักดันแผนงานอย่างเป็นรูปธรรมได้ในช่วงปี 2563 นี้ ซึ่งการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคดังกล่าวถือเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ธนาคารทั้งในส่วนของการปล่อยสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม


