xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นหลายกลุ่มฟื้น หลังสงครามการค้าผ่อนคลาย-นโยบายรัฐหนุน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แนวโน้มหุ้นไทยครึ่งปีหลังหลายอุตสาหกรรมทยอยฟื้นตัวขึ้น จากปัจจัยบวกในประเทศ ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และท่าทีความขัดแย้งของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนผ่อนคลาย ขณะกลุ่มแบงก์จะมีผลประกอบการต่ำกว่าคาด

สุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไตรมาส 2/2562 นี้ปรับตัวลดลงที่ประมาณ 17% โดยเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และลดลง 19% จากไตรมาส 1/2562 ขณะที่หุ้นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ได้แก่หุ้นกลุ่ม ICT หุ้นกลุ่มค้าปลีก หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งเติบโตดีกว่าที่คาดไว้ และหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

ในทางกลับกันหุ้นที่ประเมินว่าผลประกอบการออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี หุ้นกลุ่มพลังงาน และหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ขณะที่หุ้นที่ประเมินว่าผลประกอบการออกมาในทิศทางที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ตามประเมินว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/2562 จะช่วยผลักดันให้หุ้นที่ปรับตัวลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา ฟื้นตัวขึ้น โดยอิงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่ในส่วนของธนาคารพาณิชน์เริ่มส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อลง ขณะที่ในส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากอานิสงส์นโยบายภาครัฐที่จะผลักดันให้เกิดการกระจายเม็ดเงินไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ขณะที่ในส่วนของปัจจัยด้านต่างประเทศที่เริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นธนาคารกลางต่างๆ ในแต่ละประเทศ เช่นเยอรมัน และสิงคโปร์ ที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังด้วย ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่าปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้ จะช่วยสนับสนุนให้ทั้งการบริโภคภายในประเทศ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก จะฟื้นตัวกลับขึ้นมา

“ ในบรรดาหุ้นหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านั้น หุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน ถือได้ว่ามีความน่าสนใจ เพราะว่าผลประกอบการทั้งรายได้และกำไร ที่เติบโตลดลงกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้เชื่อได้ว่าในไตรมาสที่ 3 จะมีการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ นอกเหนือจากที่จะต้องปรับเป้าหมายประมาณการรายได้และกำไรลง เพราะการปรับลงดอกเบี้ยขาเดียว จะกระทบต่อกำไรทางตรงอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ”

นอกจากนี้หุ้นที่คาดว่าจะมีการทยอยฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลังได้แก่ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งจากการที่เกิดเหตุประท้วงบนเกาะฮ่องกง ทำให้สัดส่วนนักท่องที่เปลี่ยนจากฮ่องกง เป็นประเทศในกลุ่มAEC มีมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่ถือเป็นจุดไฮไลน์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเที่ยวมากที่สุด นอกจากนี้หุ้นกลุ่ม ICT ถือได้ว่าเป็นไฮซีซั่นเนื่องจากจะมีการเปิดตัวสินค้ากลุ่มโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นกระตุ้นตลาด อีกทั้งแนวโน้มรายได้จากค่าโทรที่ปรับสูงขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลง

ขณะที่ กลุ่มค้าปลีกจะมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่มุ่งตรงไปยังหุ้นกลุ่มค้าปลีกโดยเฉพาะนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ยังคงไม่มีความชัดเจนมากนัก เนื่องจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ขณะที่ทางธนาคารพาณิชย์เองก็มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นกัน ในการผ่อนผันเกณฑ์ LTV สำหรับการกู้ร่วม เพื่อช่วยคนในครอบครัวกู้ซื้อบ้าน ซึ่งอาจช่วยหนุนให้หุ้นกลุ่มอสังหา ฯ ฟื้นตัวขึ้นมาในครึ่งปีหลังได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของประชาชนผู้บริโภคและภาพรวมเศรษฐกิจที่แท้จริง

ส่วนหุ้นกลุ่มขนส่งโดยเฉพาะ BTS และBEM ที่เริ่มมีการเปิดให้บริการในส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า ซึ่ง BEM คาดว่าจะมีการยื่นขออายุสัปทานทางด่วนกับทางกระทรวงคมนาคม และคาดว่าจะมีการประกาศผลอนุมัติภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยหาก BEM ได้ต่อสัญญาออกไป ก็จะเป็นบวกต่อต้นทุนที่ปรับตัวลดลง

ส่วนหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้ว ทั้งยอดการขายที่ดิน และยอด Backlog ในมือจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหลายภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ที่จะมีการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น

ขณะที่หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ หรือ Non Bank มองว่าในครึ่งปีหลังจะยังคงเติบโตต่อเนื่องไปอีกได้ จากปริมาณความต้องการสินเชื่อของประชาชนทั้งระดับครัวเรือน SME และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ยังเติบโตอยู่ แม้ว่าจะมีการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นบ้าง แต่โดยรวมคาดว่ากำไรสุทธิจะยังคงดีอยู่

นอกจากนี้ในส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค (โรงไฟฟ้า) มองว่าแนวโน้มเติบโตในครึ่งปีหลัง จะออกมาดี จากการเปิดสายการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าใหม่ๆ หรือโครงการที่ไปลงทุนในต่างประเทศที่จะทำให้ต้นทุนทางการเงิน (funding cost) ปรับตัวลดลง จากการที่ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง

ด้านกลุ่มพลังงาน มองว่าจะทยอยปรับตัวฟื้นขึ้นมาในไตรมาสที่ 3 / 2562 จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่ทยอยเริ่มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มปิโตรเคมียังไม่ถือว่าปรับตัวขึ้นมาในระดับที่ดีนัก อาจจะต้องรอเวลาเนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงวัฏจักรขาลงของหุ้นกลุ่มนี้ นอกจากนี้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะยังอยู่ในช่วงขาลง เนื่องจากส่วนใหญ่หุ้นกลุ่มนี้จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับประเทศจีน ซึ่งอยู่ในช่วงของความขัดแย้งด้านสงครามการค้า

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศคือประเด็น “สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา” สุนทรให้มุมมองว่า แนวโน้มสงครามการค้าจะเริ่มดีขึ้น ความตึงเครียดด้านความขัดแย้งจะทุเลาเบาบางลง โดยเห็นได้จาการที่สหรัฐปรับลดท่าทีแข็งกร้าวลง เช่าการผ่อนผันเป็น 90 วัน หรือการปรับลดภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนจากเดิม 3 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ อีกทั้งจะมีการเจรจารอบใหม่ในเดือนกันยายน ทำให้เชื่อมั่นว่าเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์สงครามการค้าที่เกิดขึ้น จนขยายตัวออกเป็นสงครามค่าเงิน โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึง ณ ปัจจุบันหากพิจารณาจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นมาประมาณ 4% ซึ่งถือว่าไม่ได้เยอะมากนัก แต่ขณะเดียวกันหากเทียบระหว่างเงินบาทและเงินหยวนของจีนที่อ่อนค่าลง ทำให้กลายเป็นว่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นถึงกว่า 7% ที่สะท้อนออกมาในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกของไทย ที่ส่งสินค้าไปยังจีน ฮ่องกง กลุ่มประเทศในอาเซียน ซึ่งเป็นซัพพลายเชนของจีนทั้งหมด มียอดการส่งออกที่ติดลบทั้งหมดไม่น้อยกว่า 5-10% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีเพียงประเทศเดียวที่ส่งออกของประเทศไทยเติบโตดี ไม่ได้รับผลกระทบ คือสินค้าที่ส่งออกไปยังอเมริกาเท่านั้น โดยมียอดปริมาณการส่งออกเติบโตมากกว่า 17 % ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...