xs
xsm
sm
md
lg

อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทคงวดนี้กำไรโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค โชว์ผลงานไตรมาส 2/2562 รายได้รวม 321.26 ล้านบาท กำไรโต 16.58% เผยแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ชูกลยุทธ์ดันมาร์จิ้น บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เข้าไฮซีซั่น ลุยขยายตลาดส่งออกโตต่อเนื่อง ดันยอดในประเทศ เพิ่มช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรด ธุรกิจพลังงาน รับรู้กำไรเพิ่มจากโครงการมินบู เมียนมาร์ ไตรมาส 4 นี้

นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2562 บริษัทมีรายได้รวม 321.26 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 319.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.52 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.58% ขณะที่ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 693.52 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 701.41 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 13.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.03%


ทั้งนี้ ผลประกอบการของบริษัท โดยเฉพาะในส่วนของกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากบริษัทมีการวางแผนบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และปรับลดค่าใช้จ่ายสำหรับสาขาโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจร้านค้าปลีกที่ไม่สามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการ ซึ่งเริ่มเห็นผลจากนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 1 เป็นต้นมา
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก โดยธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ครึ่งปีหลังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องและเข้าสู่ไฮซีซัน จากการขยายตลาดในประเทศ บริษัทมุ่งเน้นกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ผ่านร้านโมเดิร์นเทรดชั้นนำที่มีสาขาทั่วประเทศ ล่าสุดสามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ผ่านร้านโมเดิร์นเทรดได้เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในประเทศ และสร้างความหลากหลายของช่องทางการจำหน่ายสินค้า


ด้านตลาดต่างประเทศ มีสัญญาณการเติบโตที่ดี จากกลุ่มลูกค้าหลักในญี่ปุ่นและกลุ่มลูกค้ารายใหม่ที่บริษัทได้ขยายฐานการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปประเทศจีน ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมียอดคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพราะมองว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ มีกำลังซื้อ และสามารถที่จะส่งคำสั่งซื้อได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 54% และในประเทศอยู่ที่ 46%


ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนปีนี้จะเห็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลภาคใต้ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 220 MW มินบู ประเทศพม่า คาดว่าบริษัทจะสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในช่วงไตรมาส 4 (สำหรับเฟสแรก 50 MW) ส่วนเฟสที่ 2 3 และ 4 จะเริ่มการก่อสร้างพร้อมกันทันทีให้แล้วเสร็จภายในสองถึงสามปีข้างหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าว บริษัทคาดว่าภายใน 1-2 ปีนี้ จะสามารถรักษาการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 10-12% และรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในช่วง 5% - 7% และจะมุ่งเน้นเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง


กำลังโหลดความคิดเห็น...