xs
xsm
sm
md
lg

คลังเร่ง รสก.ใช้งบลงทุนปีนี้อีก 1.3 แสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"รมว.คลัง" เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจภายในปี 62 อีก 1.3 แสนล้าน "รองนายกฯ สมคิด" ขอรัฐวิสาหกิจในสังกัด ก.คมนาคมที่มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลใน EEC เร่งรัดลงทุนโครงการใดทำได้ก็ให้ทำโดยทันที ด้าน "รมว.คมนาคม" รับปากเร่งลงทุนหลังเคยชะลอโครงการเพราะต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้แล้วเสร็จ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ประชุมว่า เพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศแล้ว จะต้องมีการดำเนินการเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่าย ภายในสิ้นปี 62 อีก 1.3 แสนล้านบาท ดังนั้น สำนักนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะต้องติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามเป้าหรือเกินเป้า และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในเรื่องการลงทุน จึงมอบหมายให้ สคร. ประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

ด้าน นายสมคิด กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญหน้ากับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย แต่การผลักดันการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้น ได้มีส่วนช่วยในการพยุงเศรษฐกิจของประเทศด้วย ดังนั้น รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งจะต้องเร่งผลักดันงบลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปี 62 อย่างเต็มที่ โดยรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เช่น CAT และบริษัท ไปรษณีย์ไทย ซึ่งมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) นั้น หากสามารถเร่งรัดลงทุนใดในปีนี้ได้ ตนก็ขอให้เร่งลงทุนได้ทันที

ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายมาแล้วว่าหากรัฐวิสาหกิจใดเก็บเงินไว้โดยไม่ยอมลงทุนแล้ว กระทรวงการคลังจะนำเงินดังกล่าวนี้กลับคืนเข้าคลังทั้งหมด ดังนั้น รัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะที่อยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคม เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. บริษัทต้องมีการเร่งการลงทุนให้มากขึ้น หลังจากที่เคยชะลอการลงทุนระหว่างที่รอการจัดตั้งรัฐบาล

ด้านภาพรวมงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจและบริษัทลูกในปีนี้จะมีรวมกันทั้งสิ้น 5.38 แสนล้านบาท แต่ในจำนวนนี้จะมีโครงการที่ลงทุนไม่ทันตามแผนอยู่ 3.9 หมื่นล้านบาท เช่น ร.ฟ.ท. เนื่องจากบางโครงการมีปัญหาการออกแบบสัญญา ส่วนกรณีบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีแผนที่ต้องจัดซื้อเครื่องบิน แต่ยังต้องมีการพิจารณาถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในด้านการให้บริการและราคา เป็นต้น

ส่วน นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. กล่าวเสริมถึงภาพรวมผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง (เฉพาะบริษัทแม่) ปี 2019 ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค.62- มิ.ย.62) จะมีทั้งสิ้น 129,815 ล้านบาท หรือคิดเป็น 87% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม โดยแบ่งเป็นการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจตามปีงบประมาณ 71,525 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายตามปีปฏิทินอีก 58,290 ล้านบาท สำหรับงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 45 บริษัทที่เป็นบริษัทแม่ และอยู่ในความดูแลของ สคร. จะมีงบลงทุนในปีนี้รวมกัน 3.29 แสนล้านบาท


กำลังโหลดความคิดเห็น...