xs
xsm
sm
md
lg

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยสหรัฐฯ ระบุจีนบิดเบือนให้หยวนอ่อนค่า กระทบหลายสกุลเงินในภูมิภาค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้สถานการณ์ปัญหาสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน เพิ่มความตึงเครียดกลับมาอีกระลอก กระทบค่าเงินผันผวนหลายประเทศทั่วโลก ส่วนประเทศไทยคาดไม่กระทบเพราะบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีแนวโน้มเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นจากเดิม เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศลุกลามไปยัง “ประเด็นค่าเงิน” จากที่ก่อนหน้านี้ การตอบโต้ระหว่างกันมักจะอยู่ในขอบเขตของเรื่องภาษีและการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ล่าสุด ระบุว่า “จีนเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน” ซึ่งนับเป็นท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น หลังจากที่ทางการจีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าทะลุแนว 7 หยวนต่อดอลลาร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เงินหยวนที่อาจจะมีแนวโน้มขยับอ่อนค่าได้อีกในระยะใกล้ๆ นี้ น่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันให้สกุลเงินในภูมิภาคขยับอ่อนค่าลงตามไปด้วย โดยแรงกดดันด้านการอ่อนค่าของแต่ละสกุลเงินจะขึ้นอยู่กับ หลายองค์ประกอบ ได้แก่ 1.การพึ่งพาจีนเป็นตลาดส่งออก 2.สัดส่วนการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สูง ซึ่งจะเพิ่มความเปราะบางมากขึ้น หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ยืดเยื้อ และ 3.ปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ เช่น ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และ/หรือมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับต่ำ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เงินรูเปียห์และเงินริงกิต เป็นสกุลเงินเอเชียที่ค่อนข้างเปราะบางต่อประเด็นเหล่านี้

สำหรับไทยแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความเปราะบางของเงินบาทต่อประเด็นเหล่านี้น่าจะอยู่ในระดับที่จำกัด เนื่องจากไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังมีแนวโน้มเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี หากมองในอีกด้านหนึ่ง จังหวะการเคลื่อนไหวของเงินบาทในบางช่วงที่อาจไม่อ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ โดยเฉพาะเงินรูเปียห์ เงินริงกิต และ/หรือ เงินด่อง ย่อมมีผลทำให้ภาคการส่งออกของไทยสูญเสียแต้มต่อในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ ในภูมิภาค


กำลังโหลดความคิดเห็น...