xs
xsm
sm
md
lg

ส่องเจ้าของ 6 หุ้นบิ๊กค้าปลีก แบ็กอัพดีตระกูลใหญ่หนุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจาะแบ็กอัพ 6 หุ้นบิ๊กค้าปลีกอาเซียนของไทย แต่ละบริษัทมีกลุ่มทุนรายใหญ่ของประเทศเป็นผู้ผลักดัน นำทีมโดยกลุ่มเจียรวนนท์เจ้าของแท้จริง CPALL และ MAKRO ตามด้วย HMPRO ของกลุ่มอัศวโภคิน BJC ของกลุ่มสิริวัฒนภักดี ROBINS ตัวแทนกลุ่มจิราธิวัฒน์ และ GLOBAL ของปูนซิเมนต์ไทย

จากบทวิจัยเรื่อง "หุ้นค้าปลีกไทยอยู่อันดับไหนในอาเซียน?" ของ SET Note ฉบับที่ 6/25621 ซึ่งระบุว่า 6 บริษัทจดทะเบียนของไทยติด 10 อันดับหุ้นค้าปลีกอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เกตแคป) รวมกัน1.81 ล้านล้านบาท และแบ่งเป็น 6 บริษัทจากตลาดหุ้นไทยมีมูลค่ามาร์เกตแคปรวม 1.52 ล้านล้านบาทนั้น พบว่าทั้ง 6 บริษัทดังกล่าวล้วนเป็นของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี

เริ่มที่ กลุ่มเจียรวนนท์ เจ้าของอาณาจักร “ซีพี” ที่มี “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศเป็นผู้กุมบังเหียน ปัจจุบันคือกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ผ่าน บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด สัดส่วน 30.32% ซึ่งบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทลูกของ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ตามสัดส่วนการถือหุ้น 99%

ไม่เพียงเท่านี้ CPALL ฐานะบริษัทในเครือของกลุ่ม “ซีพี” ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO) ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 93% ทำให้กลุ่มเจียรวนนท์เป็นเจ้าตลาดหุ้นค้าปลีกที่มีมาร์เกตแคปมากที่สุดในอาเซียนจากอันดับ 1. CPALL มูลค่า 7.72 แสนล้านบาท และ MAKRO มูลค่า 1.78 แสนล้านบาท หรือรวมกันกว่า 9.5 แสนล้านบาท



ขณะที่ อันดับ 2 บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ซึ่งมีมูลค่ามาร์เกตแคป 2.30 แสนล้านบาทนั้น มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) สัดส่วน 30.23% และ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ สัดส่วน 19.87% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 บริษัทมีเจ้าของเดียวกัน นั่นคือ กลุ่มอัศวโภคิน ภายใต้การนำของนักธุรกิจชื่อดังแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ “อนันต์ อัศวโภคิน”

ส่วนอันดับ 3 บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) มูลค่ามาร์เกตแคป 2.02 แสนล้านบาท ถูกผลักดันโดยกลุ่ม “เจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี” ซึ่งถือหุ้นใหญ่ใน BJC ผ่าน บริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด สัดส่วน 66.84% ด้าอันดับ 5 บมจ. สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) มาร์เกตแคป 7.43 หมื่นล้านบาท มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ก่อตั้งธุรกิจ “ตระกูลสุริยวนากุล” ซึ่งถือหุ้นรวมกันกว่า 36% และกลุ่ม บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย (SCC) ถือหุ้นผ่าน บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด สัดส่วน 30% และอันดับ 6 บมจ.โรบินสัน (ROBINS) มาร์เกตแคป 6.24 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มจิราธิวัฒน์ ที่กระจายถือผ่านบริษัทและคนในตระกูลรวมกันกว่า 56%


ทำให้สรุปได้ว่าการเติบโตและการขยายตัวทางธุรกิจสำหรับหุ้นกลุ่มค้าปลีกทั้ง 6 บริษัทของตลาดหุ้นไทยในอาเซียนมีแรงผลักดันจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ต้องการขยายอาณาจักรทางธุรกิจให้เติบโตมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะโอกาสในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ จนน่าจะส่งผลให้ขนาดของกิจการและมูลค่ามาร์เกตแคปของทั้ง 6 บริษัทมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกมากในอนาคต โดยจะเป็นการเติบโตตามผลดำเนินงานที่มาจากยอดขายในสาขาเดิม และสาขาใหม่ที่จะมีมากขึ้นในต่างประเทศตามแผนธุรกิจซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ได้วางเป้าหมายไว้


กำลังโหลดความคิดเห็น...