xs
xsm
sm
md
lg

ไทยพาณิชย์แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 2 จำนวน 10,976 ล้าน ลดลง​ 1.2%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธนาคาร​ไทยพาณิชย์​ (SCB​)​ แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส​ 2​ ปี​ 2562​ จำนวน 10,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากไตรมาสก่อน และลดลง 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่​ 11,111 ล้าน​บาท​ สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2562 ธนาคารมีกำไรสุทธิ จำนวน 20,132 ล้านบาท​ ลดลง​ 10.4% เมื่อเทียบ​กับช่วงเดียวกัน​ของ​ปีก่อน​ที่​ 22,475 ล้านบาท

ทั้งนี้​ ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของปี 2562 จำนวน 36,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น

โดย​ในไตรมาส 2 ของปี 2562 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน​25,536 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเป็นผลจากการปรับพอร์ตสินเชื่อของธนาคารด้วยการเพิ่มสัดส่วนของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมขยายตัวประมาณ 3% จากปีก่อน

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 10,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าธุรกิจประกันชีวิตของ SCB Life ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.6% จากการฟื้นตัวของรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมสุทธิ (recurring fee) การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และกำไรจากเงินลงทุน

ทั้งนี้​ ในไตรมาสนี้การเติบโตของค่าใช้จ่ายชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน โดยไม่มีผลกระทบของค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่ นอกจากนี้ การดำเนินงานของโครงการ Transformation กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายและส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในโครงการที่อยู่ในระดับสูงกำลังสิ้นสุดลงเช่นกัน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 51.6% ในไตรมาส 1 ของปี 2562 เป็น 46.2% ในไตรมาส 2 ของปี2562

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ทรงตัวที่ 2.77% และในไตรมาส 2 ของปี 2562 ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรวม 5,909 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนค่าใช้จ่ายหนี้สูญต่อสินเชื่อที่ 1.10% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับที่ 153% ในขณะที่เงินกองทุนตามกฎหมายของธนาคารยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 17.1%
กำลังโหลดความคิดเห็น...