xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นครึ่งปีหลังดีหรือร้าย / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นักลงทุนที่ติดตามบทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นของโบรกเกอร์สำนักต่างๆ คงเกิดความสับสนไม่ใช่น้อย ไม่รู้จะเชื่อใครดี เพราะมุมมองแต่ละโบรกเกอร์แตกแยกกันสิ้นเชิง บางสำนักมองหุ้นปีนี้สดใสมาก แต่บางสำนักยังกังวลความผันผวนในครึ่งปีหลัง

ดัชนีราคาหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ที่พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 1,750 จุด ทำให้ โบรกเกอร์หลายแห่งปรับประมาณการเป้าหมายในปีนี้ โดยก่อนหน้าประเมินกันแถวระดับ 1,750 จุด แต่เมื่อดัชนีฯ ทะลุ 1,700 จุด ได้ขยับเป้าปลายปีเป็น 1,800 จุด ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า มองหุ้นสดใสมาก และเชื่อว่าปีนี้อาจได้เห็นดัชนีฯ สร้างจุดสูงสุดใหม่

เป้าหมายดัชนีฯ ที่บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่าประเมินไว้ น่าจะได้เห็นทะลุระดับ 1,852 จุด หรือทำลายจุดสูงสุดเดิมที่ทำไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561

เหตุผลสนับสนุนมุมมองของ บล.ไอร่าคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนคลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาหลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ นอกจากนั้น ยังมีการวิเคราะห์สัญญาณทางเทคนิคเข้ามาเสริม

แต่ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวงยังไม่ปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้น โดยยึดตัวเลข 1,670 จุดตามเดิม และถ้าบรรยากาศการลงทุนเอื้ออำนวย ดีที่สุดในปีนี้ ดัชนีหุ้นจะพุ่งไปประมาณ 1,750 จุดเท่านั้น

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ไม่ยอมปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้นตามกระแส แต่ฝ่ายวิเคราะห์โบรกเกอร์หลายสำนัก เมื่อเห็นดัชนีหุ้นทำท่าจะทะลุ 1,750 จุด จึงโหนกระแสปรับประมาณการดัชนีหุ้นตาม

บล.บัวหลวง มองว่า ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้จะต่ำกว่าความคาดหมาย ขณะที่สงครามการค้ากดดันการส่งออก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาช้า

ปัจจัยในเชิงบวกที่จะกระตุ้นตลาดหุ้นครึ่งปีหลังมีอยู่หลายด้านเหมือนกัน โดยการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ จะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น และกองทุนต่างชาติที่เว้นวรรคการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ช่วงรัฐบาลทหารบริหารประเทศ เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย เงินทุนจะไหลเข้า ซึ่งคาดกันว่า ครึ่งปีหลังเงินทุนจะไหลเข้ามาอีกประมาณ 50,000 ล้านบาท
 
นอกจากนั้น สงครามการค้ากำลังมีการเจรจาประนีประนอมกัน รวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ย กระตุ้นให้เงินทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านลบ และอาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นก็ไม่ควรมองข้าม โดยแม้จะมีรัฐบาลชุดใหม่ แต่ยังมีความกังวลในเสถียรภาพ โดยอาจอยู่ได้ไม่นาน

ส่วนปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เป็นสิ่งที่นักลงทุนกังวลอยู่ ขณะที่การกลับมาของนักลงทุนต่างชาติ เป็นเพียงการคาดหวังเท่านั้น

นอกจากนั้น ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยไม่ได้แข็งแกร่งนัก เพราะค่า พี/อี เรโช เฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ประมาณ 18 เท่า ซึ่งไม่ต่ำเสียทีเดียว เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นย่านเอเชีย ซึ่งมีค่า พี/อี เรโช เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16 เท่า

ตลาดหุ้นปีนี้ถือว่าขยับขึ้นมาแรง จากจุดปิดที่ระดับ 1,563.88 จุด เมื่อสิ้นปี 2561 ขึ้นมายืนที่ 1,724.37 จุด เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 เพิ่มขึ้น 160.49 จุด หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10% ซึ่งนับว่าปรับตัวขึ้นมาสูง เมื่อเทียบกับปัจจัยภายในประเทศที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง เพราะเศรษฐกิจยังซบเซาอย่างหนัก ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจตกต่ำสุดขีด และแม้จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป และการบริหารประเทศ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่อาจคาดหวังการแก้ปัญหาจากรัฐบาลชุดใหม่ได้มากนัก

แนวโน้มตลาดหุ้นครึ่งปีหลัง อาจไม่คึกคักเหมือนครึ่งปีแรก นักลงทุนรายย่อยที่เทหุ้นขาย โกยกำไรในครึ่งปีแรกมาแล้ว ต้องระมัดระวังในครึ่งปีหลัง

อย่าผลีผลามลุยหุ้นตามเสียงเชียร์ของโบรกเกอร์ที่มองโลกสวย เพราะครึ่งปีหลังตลาดหุ้นอาจทรุดก็ได้



กำลังโหลดความคิดเห็น...