xs
xsm
sm
md
lg

ตะเพิด 3 หุ้นเน่า / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ระหว่างวันที่ 1-9 กรกฎาคมนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเปิดการซื้อขายหุ้น 3 บริษัทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเพิกถอนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขหรือแก้ไขเหตุแห่งการถูกเพิกถอนตามกำหนดเวลาไม่ได้

หุ้นบริษัทจดทะเบียน 3 แห่งที่จะเปิดการซื้อขาย ประกอบด้วย บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ LVT และบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ YNP

ทั้ง 3 บริษัทมีประวัติอันโชกโชน ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษในความผิดต่างๆ โดย IEC อดีตกรรมการและผู้บริหารคือ นายภูษณ ปรีมาโนชย์ พร้อมพวกรวม 25 คน ถูกกล่าวโทษในความผิดทุจริตและเบียดบังทรัพย์สินบริษัท จำนวน 200 ล้านบาท เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2560

LVT อดีตกรรมการผู้จัดการคือ นายแฮนส์ จอร์เกน เนียลเซ่น ถูกกล่าวโทษในความผิดใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น และโอนเงินจากสถาบันการเงินอย่างผิดวัตถุประสงค์

ส่วน YNP ผู้สอบบัญชีถูกถอนใบอนุญาตฐานบกพร่องร้ายแรงในการสอบบัญชีบริษัท

หุ้นทั้ง 3 บริษัท ถูกพักการซื้อขายมานาน โดยอยู่ในกลุ่มฟื้นฟูการดำเนินงาน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์กำหนดเงื่อนเวลาในการฟื้นฟูมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนได้ จึงต้องดำเนินตามขั้นตอน โดยขับออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนพร้อมกัน ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

เพราะตลาดหลักทรัพย์จะผ่อนปรนให้แก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนอย่างเต็มที่ บางบริษัทใช้เวลาเกือบ 20 ปีในการฟื้นฟู แต่นโยบายใหม่ ตลาดหลักทรัพย์กำหนดเงื่อนเวลาในการแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนเข้มงวดขึ้น ถ้าครบกำหนด และยังฟื้นฟูการดำเนินงานไม่ได้ จะถูกขับออก

IEC, LVT และ YNP เป็นหุ้นกลุ่มแรกที่เซ่นสังเวยนโยบายการแก้ปัญหาหุ้นที่อยู่ในข่ายอาจถูกเพิกถอน

IEC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 รวมอยู่ในตลาดหุ้นมา 27 ปี ราคาปิดครั้งสุดท้ายก่อนถูก SP พักการซื้อขายอยู่ที่ 2 สตางค์ มีผู้ถือหุ้นรายย่อยติดค้างไว้ จำนวน 25,288 ราย

LVT เข้าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2547 อยู่ในตลาดหุ้นมา 15 ปี ราคาปิดครั้งสุดท้ายก่อน SP อยู่ที่ 66 สตางค์ มีผู้ถือหุ้นรายย่อยตกค้างอยู่ จำนวน 3,414 ราย

และ YNP เข้าจดทะเบียนวันที่ 13 มกราคม 2548 มีชีวิตในตลาดหุ้นมา 14 ปี ราคาปิดครั้งสุดท้าย 29 สตางค์ มีผู้ถือหุ้นรายย่อย จำนวน 2,518 ราย

รวมจำนวนผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนทั้ง 3 แห่งที่รอวันถูกขับออกจากตลาดหุ้นนับตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมนี้ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 30,000 ราย ซึ่งทั้งหมดจะตกอยู่ในสภาพนักลงทุนที่หมดตัว

เพราะการเปิดซื้อขายครั้งสุดท้ายระหว่าง 1-9 กรกฎาคมนี้ คงมีแต่แรงขาย และหุ้นรูดลงติดดิน

การดำเนินนโยบายที่เข้มข้น ในการแก้ปัญหาบริษัทจดทะเบียนที่มีปัญหาด้านฐานะ และขาดคุณสมบัติการเป็นบริษัทจดทะเบียน อาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น เพราะเมื่อหุ้นถูกขับออกจากตลาดหลักทรัพย์ หุ้นจะขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย

แต่การปล่อยให้บริษัทที่มีปัญหาฐานะการเงินหรือฐานะการดำเนินงาน ใช้เวลาฟื้นฟูการดำเนินงานที่ยาวนานเกินไป ทำให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนไม่มีแรงกดดันในการฟื้นฟูกิจการ และยังนำไปสู่วงจรอุบาทว์ โดยการวางแผน “แต่งตัว” แต่ผลประกอบการ เพื่อนำหุ้นกลับเข้ามาซื้อขายอีกครั้ง

เมื่อหุ้นได้รับอนุมัติซื้อขายใหม่ จะมีการโฆษณาชวนเชื่อแนวโน้มผลประกอบการ การสร้างราคาหุ้น และการเพิ่มทุนสูบเงินจากนักลงทุน ก่อความเสียหายซ้ำสอง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วกับหุ้นเน่าที่ฟื้นคืนชีพกลับเข้ามาซื้อขายหลายบริษัท

จำนวนนักลงทุนที่ได้รับความเสียหายจากหุ้นเน่าที่กลับมาซื้อขายรอบสอง หรือรอบสาม จะเพิ่มขึ้นสูงมาก จากจำนวนระดับพันราย เมื่อถูกพักการซื้อขายครั้งแรก อาจเพิ่มเป็นจำนวนนับหมื่นคน เมื่อต้องถูกพักการซื้อขายรอบสอง

เงื่อนไขเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้แก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนในปัจจุบัน ถือว่ามีความเหมาะสมแล้ว และเป็นเวลาที่มากพอ สำหรับ การฟื้นฟูการดำเนินงาน ถ้าต้องใช้เวลานานนับสิบปี ควรตะเพิดออกไปก่อน เมื่อฟื้นฟูฐานะการเงินและฐานะการดำเนินงานงาน จนมีคุณสมบัติเข้าจดทะเบียนได้ จึงยื่นเรื่องเสนอขอนำหุ้นเข้ามาซื้อขายใหม่

หุ้นที่ถูกจับเข้ากลุ่มฟื้นฟูการดำเนินงาน และอยู่ในข่ายอาจถูกเพิกถอน ส่วนใหญ่เป็นหุ้นเน่า เนื่องจากมีการทุจริตภายใน ผู้บริหารบริษัทผ่องถ่ายทรัพย์สิน จนบริษัทเหลือแต่ซาก ใครหลงเข้าไปลงทุนหุ้นเน่าเหล่านี้ วายวอดถึงขั้นหมดตัว เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้น IEC, LVT และ YNP จำนวนกว่า 30,000 ราย

หายนะจากหุ้นเน่า จะเป็นอีกบทเรียนสำหรับนักลงทุน ซึ่งจะต้องตระหนักถึงการเลือกเฟ้นหุ้น เพราะถ้าเลือกผิด ซื้อหุ้นเน่าติดมือ มีสิทธิตกนรกทั้งเป็น



กำลังโหลดความคิดเห็น...