xs
xsm
sm
md
lg

เปิดแผน XO และทิศทางในปี 62

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 องศา - ผู้บริหารมั่นใจกำไรจะทำนิวไฮ 2-3 ปี จากสินค้าที่มาร์จิ้นสูง และการออกสินค้าใหม่ ด้านโบรก ฯ หวั่นการชะลอคำสั่งซื้อฉุดผลดำเนินงานไตรมาส 2 และทั้งปี หลังผู้บริหารขอทบทวนเป้าหมาย

ก่อนหน้านี้ บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด หรือ XO ประกาศผลการดำเนินงานประจำงวดไตรมาส 1/2562 เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าทั้งรายได้และกำไร โดยบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 302.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.06 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.70% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 268.16 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าในกลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม มีสัดส่วนประมาณ 84.3% ของยอดขายทั้งหมด สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40.17% มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 67.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.01% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 46.03 ล้านบาท

ด้าน “จิตติพร จันทรัช" กรรมการผู้จัดการ XO เคยแสดงความเห็นต่อทิศทางธุรกิจของบริษัทว่า มั่นใจกำไรสุทธิจะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า (2562-2564) เพราะบริษัทจะเน้นขายสินค้าที่ให้มาร์จิ้นสูง รวมถึงออกสินค้าใหม่ ๆ

โดยในปี 2562-2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 10-15% ซึ่งปีนี้คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะมากกว่า 40% จากปีก่อนที่ 37.91% ด้านอัตรากำไรสุทธิจะมากกว่าปีก่อนที่ 19.31% เพราะปีนี้บริษัทจะได้รับอานิสงส์การปรับขึ้นราคาขายเต็มปี (ขึ้นราคา Q3 / 2561) และเจาะตลาดสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม เพื่อขยายสู่ช่องทางการขายใหม่ และลูกค้าในประเทศที่มีศักยภาพ

ขณะที่ด้านงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ที่ 130 ล้านบาท เพื่อทำโรงงานพริกดองซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต เพราะปัจจุบัน สายการผลิตมีขนาดเล็ก และไม่สามารถรับพริกได้เพียงพอ ซึ่งบริษัทเตรียมที่ดินไว้แล้วที่ "นิคมอมตะซิตี้" กว่า 10 ไร่ (ไม่รวมในงบลงทุน) เพื่อรองรับฤดูกาลพริกที่จะออกมาเป็นจำนวนมากทำให้ XO มีต้นทุนที่ดี คาดจะแล้วเสร็จในปี 2563

ส่วนมุมมองต่อแนวโน้มธุรกิจ XO ของนักวิเคราะห์ มีดังต่อไปนี้ บล. ฟินันเซีย ไซรัส : แนะนำ "AVOID" เนื่องจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด ผลที่ออกมาโทนเป็นลบ โดยเฉพาะไตรมาส 2/2562 ที่คาดมีกำไรแผ่วลง ผิดไปจากที่เคยมองว่าจะโตได้ดี เพราะลูกค้ารายใหญ่ใน UK (15% ของรายได้รวม) ซึ่งเป็น Distributor ให้กับ Tesco ชะลอคำสั่งซื้อ

ทั้งนี้ผู้บริหารอยู่ระหว่างทบทวนปรับเป้าการเติบโตในปีนี้จากเดิมที่ตั้งเป้ารายได้โต 10% - 15% โดยขอรอดูในไตรมาส 3/2562 ว่าคำสั่งซื้อจะกลับมาได้ทันหรือไม่ หรืออย่างช้ายังคาดหวังว่าจะกลับมาในไตรมาสสุดท้ายของปี ทำให้แนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ที่ไม่สดใส ซึ่งคาดจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และทำได้เพียงทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน

นอกจากนี้ยังพบว่าค่าใช้จ่ายในปีนี้สูงขึ้นกว่าปกติ เพราะมีแผนใช้จ่ายทางการตลาดและทำโปรโมชั่นครบรอบ 20 ปีของบริษัทด้วย ซึ่งจะเห็นค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในไตรมาส 2 - 4 ปีนี้ จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง 12% เหลือเป็นการเติบโตเพียง 2% จากปีก่อน จากเดิมคาดโต 16% และปรับลด P/E ลงเป็น 20 เท่า จากเดิม 23 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตที่ลดลง และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 10.6 บาท จากเดิม 14 บาท แม้จะยังมี Upside 17% แต่ที่ประมาณการใหม่ยังดูมี Downside หากคำสั่งซื้อไม่ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น “ชะลอการลงทุน” จากเดิม “ถือ”

ด้าน บล.เอเชีย เวลท์ : ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/62 จะอ่อนตัวลง ผิดไปจากที่เคยคาด เพราะลูกค้ารายใหญ่ใน UK ซึ่งเป็น Distributor ให้กับ Tesco มีคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว อาจจะเพราะมีการสั่งซื้อไปมากในช่วงก่อนหน้า ทำให้ยังมีสต็อกเหลืออยู่ ทั้งนี้ลูกค้ารายนี้ถือเป็นรายใหญ่สุดใน UK มีสัดส่วนรายได้ราว 15% ของรายได้รวม และสินค้าที่ขายไปส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มซอส ซึ่งมีอัตรากำไรที่ดี จากรายได้ที่ลดลง เชื่อว่าจะกระทบ Product Mix และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 อ่อนตัว

นอกจากนี้ ปกติช่วงไตรมาส 2 มักเป็นไตรมาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าไตรมาสอื่น เพราะมีการออกบูธที่งาน Thaifex และปีนี้ครบรอบ 20 ปีบริษัท จึงคาดมีค่าใช้จ่ายการตลาดและทำโปรโมชั่นให้กับลูกค้าสูงกว่าปกติ โดยมีงบประมาณราว 10-15 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยใช้ในไตรมาส 2 - 4 เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 2 จะอยู่ที่ราว 43 ล้านบาท ลดลงราว 37%

แต่ยังคาดหวังการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า UK เป็นเหตุการณ์ชั่วคราว แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ว่าลูกค้าจะกลับมาสั่งในช่วงครึ่งปีหลังหรือไม่ ทั้งนี้ผู้บริหารอยู่ระหว่างทบทวนเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ จากเดิมที่ตั้งเป้าโต 10% - 15% และกรณี Worst Case ถ้ารายได้ลูกค้าดังกล่าวหายไป จะทำให้ราคาเป้าหมายจะเหลือเพียง 8.6 บาท (อิง P/E ที่ 20 เท่า)

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน : มีมุมมองว่า แนวโน้มไตรมาส 2/62 จะเติบโตต่อเนื่องจาก Organic growth ทางฝั่งของยอดขาย ,การขยายตลาดในประเทศใหม่และความสามารถในการบริหารต้นทุน - ล็อคราคาวัตถุดิบได้อย่างน้อยสิ้นปี 2562 อีกทั้งยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เป็น Net cash company จึงแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 14.60 บาท





กำลังโหลดความคิดเห็น...