xs
xsm
sm
md
lg

ควานหาปม XO ดิ่ง ออเดอร์สะดุด & หุ้นเพิ่ม?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการรายวัน 360 องศา - ข่าวลือถาโถม หุ้นซอส “XO” สะพัดหมดรอบ ! ,รายใหญ่ทิ้ง,ออเดอร์สะดุด,อินไซด์เดอร์ หลังราคาช่วงที่ผ่านมาผันผวนหนัก ด้านกูรูคาดออเดอร์สะดุด ,ค่าใช้จ่ายโต และการเพิ่มเข้ามาของหุ้นแปลงสภาพ XO-W1 มีน้ำหนักต่อการไดรูทมากที่สุด

กำลังจะหมดรอบวัฏจักรอีกครั้งหรืออย่างไร? สำหรับหุ้นของ บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด หรือ XO ผู้ผลิตและส่งออกซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องแกงเครื่องประกอบอาหารไทย ที่โตไกลในต่างแดน เหตุเพราะราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมาผันผวนอย่างมาก

เริ่มด้วยการดิ่งลงเหวจากราคาปิดสูงสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2562 ที่ระดับ 12.90 บาท/หุ้น ลงมาเหลือ 9.00 บาท/หุ้น ในวันที่ 21 พ.ค. 2562 จากนั้นรีบาวด์ขึ้นเล็กน้อย และทยอยปรับตัวลงมาจนแตะระดับ 8.35 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2562 และกลับมารีบาวด์ขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 8.75 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ราคาหุ้น XO เคยอยู่ในระดับต่ำสุดที่เคยสร้างสถิติไว้ในราคา 4.44 บาท/หุ้น ช่วงเดือนมีนาคม 2561 จากนั้นสมกับการที่เป็นปีทองของบริษัท ด้วยรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,148 ล้านบาท และ 221 ล้านบาท ราคาหุ้นทยอยปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำจุดสูงสุดของปีที่ผ่านมาที่ราคาปิด 12.30 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2561 และส่งท้ายปีเก่าด้วยการปรับตัวลงเล็กน้อยปิดที่ 11.10 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2561

พอเข้าสู่ปี 2562 ด้วยแรงคาดหวังว่าผลดำเนินงานของบริษัทจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ราคาหุ้น XO ซึ่งเคลื่อนไหวที่ระดับ 11.00-11.50 บาท/หุ้น มาร่วม 2 เดือน (ก.พ. - มี.ค.) เริ่มกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้งจนมาอยู่ที่ 10.10 บาท/หุ้น ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. จากนั้นราคาหุ้นหันกลับไต่ภูเขาขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงยอดที่ระดับ 12.90 บาท/หุ้น และดิ่้งลงอย่างน่าใจหาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างคำถามมากมายให้นักลงทุนในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการดิ่งพสุธาครั้งล่าสุดของราคาหุ้น ทำให้นักลงทุนบางรายอุทานว่า "เกิดอะไรขึ้นกับ XO " , "ไฟ ไหม้โรงงาน?" ราคาหุ้นถึงร่วงลงแรงเช่นนี้

จากเรื่องดังกล่าวสิ่งที่แน่ชัด และคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น XO ปรับตัวลดลงมาก คงหนีไม่พ้นการให้ข้อมูลแก่นักวิเคราะห์ของบริษัทเนื่องจากมีข้อมูลของบรรดาบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งออกมาระบุในทิศทางเดียวกันว่า เพราะลูกค้ารายใหญ่ใน UK ซึ่งเป็น Distributor ให้กับ Tesco ชะลอการซื้อสินค้าของบริษัท โดยลูกค้ารายนี้เป็นรายใหญ่สุดใน UK มีสัดส่วนรายได้ราว 15% ของรายได้รวม อีกทั้งสินค้าของบริษัทที่ขายไปส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มซอสซึ่งมีมาร์จิ้นดี จนทำให้อาจมีผลกระทบต่อผลดำเนินงานของ XO ในไตรมาสที่ 2/2562

ขณะเดียวกัน ยังมีข่าวลือออกมาอีกว่าเป็นเพราะการขายหุ้นของนักลงทุนรายใหญ่ จึงกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลง ไม่เพียงเท่านี้ข่าวลือดังกล่าวยังกลายเป็นไฟลามทุ่ง ขยายความออกไปอีกว่า สาเหตุของนักลงทุนรายใหญ่ที่ขายหุ้นออกมานั้น มาจากการชะลอการซื้อสินค้าของ Distributor รายสำคัญของบริษัท ซึ่งเป็นส่วนที่ตรงกับการให้ข้อมูลแก่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์

และจากเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวคือเมื่อข่าวลือซึ่งมีทั้งเรื่องที่ไม่มีหลักฐานและทั้งเรื่องที่มีข้อมูล ถูกนำมาปนเปผสมกัน ก็นำมาซึ่งคำถามคาใจเพิ่มเติมของนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้น XO บางส่วนซึ่งได้รับผลกระทบจาการร่วงของราคาหุ้นว่ามีการใช้อินไซด์เดอร์กับหุ้นของบริษัทหรือไม่ จนเริ่มมีเสียงเรียกร้องอยากให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ (ก.ล.ต.) แวะมาเยี่ยมเยียนโรงงานซอสแห่งนี้สักหน่อย!

แต่เมื่อลองไล่เรียงเหตุการณ์ พบว่ามีการขายหุ้น XO จริง แต่ไม่ได้มาจากนักลงทุนรายใหญ่ตามข่าวลือ นั่นเพราะผู้ที่ปล่อยหุ้นออกมาสู่ตลาดกลับเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่หนึ่ง และอันดับที่สองของบริษัท ได้แก่ “สร้อยเพชร จันทรัช” และ “วัฒนา จันทรัช” ที่ขายหุ้น XO รวมกันกว่า 13 ล้านหุ้น ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2562 ในราคา 10.29 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 133.79 ล้านบาท

โดยในช่วงเวลาที่สองผู้ถือหุ้นใหญ่ปล่อยหุ้น XO ออกมา (ปลายเดือน มี.ค.) พบว่าราคาหุ้น XO ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยในช่วงเวลานั้นเคลื่อนอยู่ที่ประมาณ 11.00 บาท/หุ้น และลดลงมาที่ระดับ 10.10 บาท/หุ้น ต่อจากนั้นราคาหุ้นเร่งตัวขึ้นจนไปแตะยอดดอยที่ระดับ 12.90 บาท/หุ้น ตามที่ได้นำไปเสนอไปก่อนหน้านี้ข้างต้น

“และอะไรเป็นสาเหตุให้ราคาหุ้น XO ปรับตัวลดลงในช่วงนี้?” ..... การชะลอคำสั่งซื้อมีเอฟเฟกต์ต่อราคาหุ้นและผลประกอบการของบริษัทมากเช่นนั้นจริงหรือ? ล่าสุดพบว่า ปัจจัยที่พอจะช่วยสนับสนุนการลดลงของราคาหุ้นนอกเหนือจากการชะลอคำสั่งซื้อสินค้าของบริษัทฯ ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการทำโปรโมชั่นการตลาด

นอกจากนี้อีกประเด็นคือการเข้ามาของหุ้นใหม่จากการแปลงสภาพ XO-W1 ที่บริษัทโกยไปใช้ดำเนินธุรกิจเมื่อ มิ.ย.2559 โดยมีอัตราการใช้สิทธิ์ 1 วอแรนต์ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคา 4 บาท (จำนวน 69.9 ล้านหุ้น) ซึ่งหมดอายุในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และถูกคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์เต็มจำนวนเนื่องจากราคาหุ้น XO ในกระดานสูงกว่าราคาใช้สิทธิ์แสดง นั่นหมายความว่า บริษัทจะได้รับเงินเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง แต่ในทางกลับกันราคาหุ้นของ XO น่าจะเกิด Dilution Effect จากการแปลงสภาพครั้งนี้ด้วย โดยประเด็นดังกล่าว หลายฝ่ายมองว่ามีน้ำหนักเพียงพอ ต่อการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในระดับหนึ่งเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวล สำหรับหุ้นที่เติบโตแรงอย่าง XO ณ เวลานี้และในอนาคต หลายฝ่ายเริ่มให้น้ำหนักไปที่ ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในยุโรปซึ่งอาจมีผลต่อยอดขายสินค้าของบริษัท และการตัดสินใจปล่อยขายหุ้นในมือของผู้ถือใหญ่จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายบริษัทที่ร้อนแรง เมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ทยอยลดสัดส่วนอำนาจในมือ โดยปล่อยหุ้นที่ถืออยู่ออกมาเป็นระยะ จนบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย และนำไปสู่การดิ่งตัวของราคาหุ้น อย่างมีนัยสำคัญ อาทิ หุ้นความงามที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนก่อนหน้านี้

และสิ่งที่จะช่วยหยุดความผันผวนของราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี คงหนีไม่พ้นคำชี้แจงจากผู้บริหารของบริษัทโดยตรงต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และคำยืนยันต่อการถือครองหุ้นใหญ่ที่น่าจะพอช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง ไม่ใช่การแก้ต่างผ่านนักวิเคราะห์เพียงอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา ส่วนใครที่ตกใจง่าย! ควรใช้เวลาสักพักเพื่อพิจารณาก่อนตัดสินเข้าไปร่วมวงบิน!