xs
xsm
sm
md
lg

การลงทุนในต่างประเทศ ของ บจ.ไทยใน SET ปี '61

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตลท.เผย ปี 2561 รายได้จากต่างประเทศ ซึ่งรวมรายได้จากส่วนงานในต่างประเทศและรายได้จากการส่งออกของบริษัทจดทะเบียนที่รายงานข้อมูลทั้งหมด 249 บริษัทเติบโตเฉลี่ย 15.7% จากปีก่อนสูงกว่ารายได้ในประเทศที่เติบโตเฉลี่ย 8.1% จากปีก่อนส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศต่อรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ระดับ 30.9% เพิ่มขึ้นจาก 29.4% ในปีก่อน ทั้งนี้แหล่งรายได้หลักมาจากประเทศในเอเชียโดยคิดเป็น 65% ของรายได้จากต่างประเทศทั้งหมดในปี 2561

ปฐมาภรณ์ นิธิชัย และ ขัตติยาภรณ์ กองพิลา ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานะการลงทุนทางตรงในต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2557-2561 ว่าบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีสถานะการลงทุนทางตรงในต่างประเทศ1 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดย ณ สิ้นปี 2561 มีจำนวน 231 บริษัทและครอบคลุมบริษัทในทุกขนาด เพิ่มขึ้นจาก 226 บริษัทในปีก่อน ซึ่งจำนวนบริษัทที่มีสถานะลงทุนในต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2561 เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ยกเว้น ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยอาเซียนเป็นภูมิภาคเป้าหมายหลักของการลงทุน จากจำนวน 231 บริษัทที่มีสถานะลงทุนในต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2561 มี 190 บริษัทที่ลงทุนในอาเซียน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 186 บริษัท หรือคิดเป็น 82% ของบริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด หากแยกพิจารณาเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง พบว่าบริษัทจดทะเบียน 144 บริษัทลงทุนใน CLMV หรือคิดเป็น 62% ของบริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด โดย 68 บริษัทลงทุนในประเทศเมียนมา ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ตามด้วยประเทศเวียดนามจำนวน 65 บริษัท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมลงทุนในต่างประเทศโดยกลุ่มบริการมีจำนวนบริษัทที่ลงทุนสูงสุดจำนวน 57 บริษัท และ มี 4 อุตสาหกรรมที่จำนวนบริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มบริการ

มูลค่าเงินลงทุนทางตรงในต่างประเทศ

มูลค่าเงินลงทุนทางตรงในต่างประเทศหมายถึง เงินลงทุนที่บริษัทจดทะเบียนใช้ในกิจกรรมการลงทุนในแต่ละปี (investment flow) ในปี 2561 บริษัทจดทะเบียนมีมูลค่าเงินลงทุนทางตรงในต่างประเทศสุทธิ 1.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีมูลค่า 1.26 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 58%

โดยบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ (SET50) มีมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศรวม 1.77 แสนล้านบาทในปี 2561 หรือคิดเป็น 89% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด มูลค่าเงินลงทุนของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 151% เนื่องจากมีรายการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจโรงแรมของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มูลค่า 8.7 หมื่นล้านบาท เพื่อการซื้อธุรกิจโรงแรมกลุ่ม NH Hotel ในยุโรป หากไม่รวมรายการดังกล่าว มูลค่าเงินลงทุนของบริษัทในกลุ่ม SET50 ในปี 2561 อยู่ที่ 8.9 หมื่นล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27% และเพิ่มขึ้นมากกว่าบริษัทขนาดกลางและเล็ก โดยในปี 2561 ภูมิภาคที่บริษัทจดทะเบียนนำเงินไปลงทุนมากที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ ยุโรป และอาเซียน ตามลำดับ มูลค่าเงินลงทุนในยุโรปที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากเนื่องจากมีรายการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจโรงแรมของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ดังกล่าวข้างต้น หากไม่รวมรายการดังกล่าว มูลค่าเงินลงทุนในยุโรปในปี 2561 อยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาทซึ่งน้อยกว่ามูลค่าการลงทุนในอาเซียน

หากพิจาณารายอุตสาหกรรมพบว่า ในปี 2561 เกือบทุกอุตสาหกรรมมีมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ยกเว้น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มธุรกิจการเงิน มูลค่าเงินลงทุนของกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากเนื่องจากมีรายการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจโรงแรมของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หากไม่รวมรายการดังกล่าว กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารมีมูลค่าเงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทซึ่งลดลงจากปีก่อน และน้อยกว่ากลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

บริษัทจดทะเบียนมีวิธีการลงทุนทางตรงในต่างประเทศที่หลากหลาย ในปี 2561 บริษัทจดทะเบียนเลือกลงทุนร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศมากกว่าการลงทุนเองโดยลำพังด้วยการซื้อกิจการอื่นทั้งหมด ซื้อหุ้นกิจการอื่นบางส่วน หรือลงทุนในกิจการร่วมค้ากับพันธมิตรโดยกิจการดังกล่าวประกอบกิจการอยู่แล้วในต่างประเทศในสัดส่วนรวม 80% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด

ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นไม่ทำให้เงินลงทุนในประเทศลดลง โดยมูลค่าเงินลงทุนในประเทศอยู่ที่ระดับ 8.18 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7.10 แสนล้านบาทในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน และสัดส่วนเงินลงทุนในประเทศในปี 2561 ยังคงอยู่ในระดับสูงหรือคิดเป็น 80.4% ของเงินลงทุนทั้งหมดของบริษัทจดทะเบียน

รายได้จากต่างประเทศ

“รายได้จากต่างประเทศ” หมายถึงรายได้ที่เกิดขึ้นจากส่วนของธุรกิจที่ประกอบกิจการในต่างประเทศหรือรายได้จากการส่งออกจากฐานการผลิตในประเทศไทย อย่างไรก็ตามบริษัทจดทะเบียนบางแห่งอาจแสดงรายได้จำแนกตามภูมิศาสตร์ตามที่ตั้งของลูกค้าโดยบริษัทมีทั้งส่วนงานที่ประกอบกิจการในต่างประเทศ และการส่งออกจึงไม่สามารถจำแนกประเภทได้ จึงรวมเรียกว่า บริษัทมีรายได้จากต่างประเทศ

จากข้อมูลของทุกบริษัทที่แสดงรายได้จากต่างประเทศพบว่า ในปี 2561 บริษัทจดทะเบียนจำนวน 2642 บริษัทแสดงรายได้จากต่างประเทศโดยมีรายได้จากต่างประเทศรวม 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 15.7% จากปีก่อนเพื่อศึกษาการเติบโตในระยะยาวและตัดปัจจัยด้านจำนวนบริษัทที่รายงานข้อมูลไม่เท่ากันในแต่ละปี ผู้วิจัยจึงเปรียบเทียบเฉพาะบริษัทเดิมที่แสดงรายได้จากต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559-2561 ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 2493 บริษัท พบว่ารายได้จากต่างประเทศเติบโตต่อเนื่องโดยรายได้จากต่างประเทศเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปีในช่วงปี 2559-2561 สูงกว่ารายได้ในประเทศเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี

สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 30.9% ในปี 2561 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 29.4% ในปีก่อน หากจำแนกสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศต่อรายได้รวมตามอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มเทคโนโลยีมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศสูงสุดที่ 61% ตามด้วยกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่ 59% และ 50% ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาในรายหมวดอุตสาหกรรม พบว่า หมวดขนส่งและโลจิสติกส์มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 75% ของรายได้รวมซึ่งสูงที่สุด ตามด้วยหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ตามลำดับโดย 64% ของรายได้จากต่างประเทศในปี 2561 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ตามด้วยยุโรป และทวีปอเมริกา ซึ่งใกล้เคียงกับสัดส่วนในปีก่อน

Economic Exposure Universe

เพื่อแสดงให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมถึงศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนที่เกิดขึ้นจากความเชื่อมโยงของบริษัทจดทะเบียนกับเศรษฐกิจต่างประเทศเป็นรายบริษัท จึงจัดทำรายชื่อบริษัทที่ลงทุนทางตรงในต่างประเทศ และ/หรือมีรายได้จากต่างประเทศ (Economic Exposure Universe) โดยบริษัทจดทะเบียนที่ถูกจัดให้อยู่ใน “Global Economic Exposure Universe” หมายถึง บริษัทที่ลงทุนทางตรงในต่างประเทศ และ/หรือมีรายได้จากต่างประเทศ

สำหรับปี 2561 บริษัทจดทะเบียน 331 บริษัทลงทุนทางตรงในต่างประเทศ และ/หรือมีรายได้จากต่างประเทศ รายชื่อของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าวรวบรวมไว้ใน “Global Economic Exposure Universe” นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนใน ASEAN Economic Exposure Universe และ CLMV Economic Exposure Universe มีจำนวน 209 และ 155 บริษัท ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

แนวโน้มการลงทุนต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียนไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งสอดคล้องกับระดับการพัฒนาของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ด้วยศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ อาเซียนจึงเป็นภูมิภาคเป้าหมายหลักที่บริษัทจดทะเบียนไทยไปลงทุนเพื่อขยายตลาดและขยายฐานการผลิต ทั้งนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมูลค่าเงินลงทุนในประเทศสูงกว่าเงินลงทุนต่างประเทศหลายเท่าตัว

นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลายได้แก่ 1.การขยายตลาดใหม่ซึ่งรวมถึงการซื้อตราสินค้าที่เป็นที่นิยมในระดับโลก 2. การขยายฐานการผลิตซึ่งรวมถึงการแสวงหาเทคโนโลยีและแหล่งทรัพยากรใหม่ โดยกลุ่มที่ลงทุนต่างประเทศเพื่อเน้นการขายตลาด เช่น ธุรกิจในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดค้าปลีก และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่เน้นการขยายฐานการผลิตและแหล่งทรัพยากร เช่น หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค

อย่างไรก็ตามการหาพันธมิตรในต่างประเทศเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทจดทะเบียนซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนไทยจากการร่วมลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในประเทศต่างๆ ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางธุรกิจกับพันธมิตรในต่างประเทศ และส่งผลดีโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมจากการยกระดับภาคธุรกิจของไทยทั้งห่วงโซ่การผลิตผ่านการเชื่อมโยงกับธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทจดทะเบียน


กำลังโหลดความคิดเห็น...