xs
xsm
sm
md
lg

BEAUTY สาหัสหนัก / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หุ้นกลุ่มธุรกิจความงามอยู่ในช่วงขาลงเต็มตัว ลงกันหนักยกแผง โดยเฉพาะหุ้นบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ราคาดิ่งลงเหว สร้างจุดต่ำสุดใหม่นับจากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นรายย่อย จำนวน 43,780 ราย เสียหายย่อยยับ

ช่วงนี้หุ้นขนาดเล็กถูกเทขายจนเกิดความระส่ำระสาย ราคารูดลงอย่างน่าใจหาย ไม่เว้นหุ้นกลุ่มความงาม ซึ่งเป็นหุ้นที่ได้รับความนิยมมาหลายปี นักลงทุนแห่เก็งกำไรอย่างคึกคัก แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยน กลายเป็นหุ้นอีกกลุ่มที่ทำให้นักลงทุนนับแสนรายแทบหมดตัว

หุ้นกลุ่มความงามประกอบด้วย บริษัท ดูเดย์ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD หุ้นบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD และหุ้น BEAUTY และทุกบริษัทเคยเป็นหุ้นที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุน เพราะเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ประเมินว่า แนวโน้มการเติบโตสดใส เชียร์ให้ลงทุนกันสนั่นหวั่นไหว

แต่ปีที่ผ่านมา หุ้นธุรกิจความงามทั้ง 3 บริษัท ถูกถล่มร่วงลงต่อเนื่องจนถึงวันนี้

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา DDD เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 78.25 บาท ต่ำสุดที่ 15.10 บาท ล่าสุดปิดที่ 23 บาท DOD เข้าจดทะเบียนวันที่ 20 มิถุนายน 2561 ราคาสูงสุด 16.40 บาท ล่าสุดปิดที่ 6.95 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดนับจากเข้าซื้อขาย

ส่วน BEAUTY ราคาขึ้นไปสูงสุดที่ 20.10 บาท ล่าสุดปิดที่ 3.74 บาท ต่ำสุดตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2555

ในบรรดาหุ้นกลุ่มธุรกิจความงามทั้ง 3 บริษัท BEAUTY ปรับตัวลงหนักที่สุด เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา หรือปรับตัวลงประมาณ 80%

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป BEAUTY เมื่อสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 62,456.88 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 12,479.12 ล้านบาท ลดลงประมาณ 50,000 ล้านบาท

ค่าพี/อี เรโช ของหุ้น BEAUTY ลงมายืนที่ระดับ 16 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทนกว่า 7% แต่เพราะความคาดหมายว่า แนวโน้มผลประกอบการจะชะลอตัว นักลงทุนจึงไม่สนใจเข้ามาซื้อเก็บ

ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ BEAUTY กำไรลดฮวบ โดยมีกำไรสุทธิ 69.55 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 282.41 ล้านบาท

ไม่มีใครบอกได้ว่า อนาคตหุ้น BEAUTY จะเป็นอย่างไร เพราะแม้ราคาจะถูกทุบจนติดดินแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณการดีดตัวกลับ

นักลงทุนกว่า 4 หมื่นรายที่ “ติดดอย” หุ้นตัวนี้ ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร เพราะจะขายทิ้ง ก็ทำใจตัดขาดทุนไม่ไหว แต่ทนถือต่อไป ก็กลัวจะดิ่งลงไปอีก

กองทุนทั้งในและต่างประเทศหลายกองทุนที่เข้าไปเก็บหุ้น BEAUTY เจ็บไม่น้อยกว่านักลงทุนรายย่อย ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มนายสุวิน ไกรภูเบศ สบายไปแล้ว เพราะทยอยขายหุ้นทำกำไรเป็นระยะ จนเหลือหุ้นอยู่ในมือเพียงประมาณ 20% เศษของทุนจดทะเบียน

ตลาดหุ้นปีนี้แม้จะไม่สดใส แต่ไม่ได้เลวร้ายมากเกินไปนัก อย่างน้อยดัชนีราคาหุ้น ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับจุดปิดสิ้นปี แต่ถ้าพิจารณาจากหุ้นรายกลุ่มและรายตัว ถือว่าผันผวนรุนแรง โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กที่เคยเป็นหุ้นเก็งกำไรร้อนแรง เพราะราคาทรุดลงมาหนักมาก

และ BEAUTY เป็นหุ้นอีกตัวที่ถูกถล่มจมดิน ราคาที่หล่นลงมาวันนี้ เป็นราคาที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็น

การเลือกหุ้นที่จะลงทุนในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่นักลงทุนจะต้องใส่ใจ ต้องพิถีพิถัน พิจารณาอย่างรอบคอบ และต้องประเมินอนาคตหุ้นที่ถือไว้ตลอดเวลา

อย่ามั่นใจว่า หุ้นที่ซื้อไว้ แนวโน้มจะสดใสตลอดกาล เพราะหากอนาคตหุ้นเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงขาลง แต่นักลงทุนไม่รับรู้ถึงสัญญาณเตือนภัย อาจเจ็บหนักได้

เช่นเดียวกับนักลงทุนรายย่อยกว่า 4 หมื่นรายที่กำลังเจ็บสาหัสจาก BEAUTY



กำลังโหลดความคิดเห็น...