CPL ประเมินทิศทางธุรกิจ “เซฟตี้โปรดักส์” ยังมีโอกาสเติบโต ล่าสุดนำสินค้าแบรนด์ “แพงโกลิน” บุกตลาด CLMV นำร่องเจาะลูกค้ากลุ่มโรงงานและอุตสาหกรรมในเมียนมา ประกาศเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกๆ ที่เข้าตลาดเมียนมา หลังมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากการค้าและการลงทุนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายในเมียนมาเติบโต 50% พร้อมเพิ่มช่องทางหารายได้ด้วยการให้เช่าอุปกรณ์นิรภัย ยอมรับอุตสาหกรรมฟอกหนังซึ่งเป็นธุรกิจยังอยู่ในช่วงชะลอตัว รอออเดอร์ใหม่ช่วงครึ่งหลังปีนี้ ที่คาดว่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน เปิดเผยว่า ในช่วงที่อุตสาหกรรมฟอกหนัง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ CPL ซึ่งสัดส่วนรายได้ประมาณ 75% ของรายได้รวม ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยคาดว่าคำสั่งซื้อจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในครึ่งหลังของปีนี้ ทำให้ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ ปรับแผนด้วยการเดินหน้าขยายตลาดสำหรับสินค้าในกลุ่มเซฟตี้ โปรดักส์ ภายใต้แบรนด์แพงโกลินซึ่งมีสัดส่วนรายได้ราว 25% ของรายได้รวม โดยบริษัทฯ ได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์แพงโกลินอย่างเป็นทางการในประเทศเมียนมา เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการเติบโต หลังจากเศรษฐกิจของเมียนมามีการขยายตัวทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการก่อสร้างหรือภาคการผลิต
“แบรนด์แพงโกลิน นับว่าเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกๆ ที่เข้าไปทำตลาดในเมียนมา ซึ่งต้องบอกว่า ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เศรษฐกิจของเมียนมาอยู่ในระหว่างการขยายตัว มีการลงทุนเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยที่ได้มาตรฐานเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าหลัก จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของเมียนมา ขณะที่สินค้าที่เป็นตัวทำตลาดของเรา ได้แก่ รองเท้านิรภัยและหมวกนิรภัย ที่มียอดขายสูงเป็นอันดับต้นๆ และเพื่อให้การทำตลาดในเมียนมาประสบความสำเร็จมากขึ้น บริษัทฯ จึงได้จัดส่งทีมการตลาดเข้าไปให้คำแนะนำและจัดฝึกอบรมเรื่องการขายให้กับทีมเมียนมา ซึ่งคาดว่า ยอดขายแบรนด์แพงโกลินในเมียนมาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50%” นายภูวสิษฏ์กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดของสินค้ากลุ่มเซฟตี้ โปรดักส์ ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปในการขยายตลาดของ CPL ผ่านแบรนด์แพงโกลิน ที่มีความได้เปรียบ ทั้งความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำ รวมถึงคุณภาพของสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีทีมงานที่มีประสบการณ์พร้อมให้คำแนะนำการใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนการบริการหลังการขายที่พร้อมจะดูแลและให้คำปรึกษากับลูกค้า ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่แข็งแกร่งของแบรนด์แพงโกลิน
สำหรับผลการดำเนินงานของสินค้าในกลุ่มเซฟตี้โปรดักส์ ในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้จากรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 630 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 698 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 10.79% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นจาก 253 ล้านบาทเป็น286 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.04% ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการขายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งได้มีการให้เช่าอุปกรณ์นิรภัย ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทฯ อีกช่องทางหนึ่งด้วย


