xs
xsm
sm
md
lg

"เอสพีวีไอ" ซุ่มดีลพันธมิตรธุรกิจ หวังดันรายได้ปี 62 ขยายตัว 20 %

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอส พี วี ไอ (SPVI)
ผู้จัดการรายวัน 360 - เอส พี วี ไอ ตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% เผยซุ่มคุยดีลโปรเจคใหญ่มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท คาดได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2 ปีนี้ พร้อมปรับกลยุทธ์ธุรกิจ จ่อรุกขยาย "U Studio" ในมหาวิทยาลัยเพิ่ม เหตุมาร์จิ้นดี และจับมือพันธมิตรปูพรมขยายสาขาแฟรนไชส์ช็อป ทั้งเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศ

นายไตรสรณ์ วรญาณโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) SPVI เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360ว่า หลังจากที่บริษัทได้ปรับแผนทางธุรกิจด้วยการร่วมลงทุนกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ในการขยายสาขา AIS SHOP By SPVi ซึ่งเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ในหลายสาขา โดยปีนี้ได้เริ่มขยายสาขาในภาคตะวันออกเช่น ระยอง จันทบุรี ตราด เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของจำนวนประชาชน และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาล


ทั้งนี้ นอกจากภาคตะวันออกและ บริษัทยังได้มองหาโอกาสในการลงทุนด้วยการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดที่เป็นเมืองรองในภูมิภาคอื่นด้วย เช่นภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งขณะนี้กลุ่มจังหวัดที่เป็นเมืองรอง ก็ได้มีการเร่งพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินในตลาดให้มีการกระจายรายได้หมุนเวียนให้มีศักยภาพเทียบเท่าเมืองหลัก


“AIS SHOP By SPVi ในปัจจุบันนี้มีสาขาอยู่ทั่วประเทศประมาณ 16 สาขาจากความต้องการของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยอนาคตบริษัทก็มีแผนที่จะเปิดเพิ่มตามการขยายตัวในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้า ซึ่งได้มีการพูดคุยกับทาง ADVANC อย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้น แต่ละจังหวัด" นายไตรสรณ์ กล่าว


การเปิดสาขา AIS SHOP By SPVi นอกจากจะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และสินค้าที่หลากหลายแล้ว ยังมีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากการให้บริการเพิ่มเข้ามาด้วย เช่นการเปิดเบอร์ใหม่ หรือรับชำระเงิน การขายโทรศัพท์แบรนด์ต่างๆ เช่น OPPO VIVO ฯลฯ นอกเหนือจากกลุ่มสินค้า Apple ที่ขายอยู่ใน ร้าน U Studio หรือร้านที่เน้นให้บริการในสถานศึกษามหาวิทยาลัย


"หากพิจารณาความถี่ด้านการชำระค่าบริการผ่านโทรศัพย์มือถือในต่างจังหวัด ยังมีปริมาณน้อยกว่าในกรุงเทพ โดยพฤติกรรมคนต่างจังหวัดยังนิยมเข้ามาชำระเงินค่าใช้บริการในร้านมากกว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีร้าน mobi by spvi ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยเป็นร้านมัลติแบรนด์นอกเหนือจากสินค้า Apple ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรเข้ามาอีกช่องทางให้บริษัท ”


นายไตรสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของร้าน iStudio By SPVi ปัจจุบันนี้ที่เหลืออยู่เพียง 3 ร้าน บริษัทไม่มีแผนที่จะขยายสาขาเยอะมากเหมือนก่อน เนื่องจากจำนวนทำเลที่ตั้งของร้านที่จะเน้นเฉพาะห้างขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันการขยายตัวของห้างขนาดใหญ่มีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งความถี่ของการเข้าใช้บริการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ลดลง บริษัทจึงหันไปเน้นให้บริการใน U Studio แทน ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักศึกษาจำนวนมาก เพราะมาจิ้นดี โดยเฉพาะยอดจำหน่ายกลุ่มสินค้า iPad มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น


“ตามแผนธุรกิจขณะนี้ได้มีการเข้าไปพูดคุยกับทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยแล้วอย่างน้อย 3 แห่งที่จะเข้าไปเปิดเป็นร้าน U Studio โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยขนาดใหญ๋ทั้งรัฐบาลและเอกชนที่มีจำนวนนักศึกษาไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคน คาดจะใช้เงินลงทุนต่อสาขาประมาณ 3-4 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะใช้เงินสดหมุนเวียนที่ใช้เพื่อการลงทุนขยายธุรกิจ ไม่ต้องกู้สถาบัน ทำให้สามารถตัดปัญหาเรื่องดอกเบี้ยซึ่งเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้" นายไตรสรณ์ กล่าว


ส่วนเป้าหมายรายได้และกำไรในปี 2562 นั้น บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะเติบโตจากปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งถืออยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากบริษัทจะมีรายได้และโอกาสสร้างกำไรจากธุรกิจเดิมที่ดำเนินการอยู่แล้ว ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรเพิ่มอีก 2-3 ราย คาดว่าจะสามารถสรุปความชัดเจนภายในครึ่งปีได้อย่างน้อย 2 ราย โดยมูลค่างานอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท


สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีในปี 2562 นี้ นายไตรสรณ์ กล่าวว่า แนวโน้มกลุ่มสินค้าไอทีในปีนี้ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone iPad หรือ apple watch จะมีสินค้าที่เป็น Accessories เกี่ยวเนื่องควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกันรอย หรือเคสโทรศัพท์มือถือ สายนาฬิกา สายชาร์ท ซึ่งหากพิจารณาจากมูลค่าการตลาดแล้ว เป็นสินค้าที่มีมูลค่ารวมในตลาดที่สูง มีมาร์จิ้นมาก และมีการซื้อซ้ำ หรือเปลี่ยนบ่อย เพื่อให้ตอบโจทย์ตามคุณลักษณะของการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตรงกับไลฟ์สไตล์ หรือกิจกรรมของผู้ใช้งาน


ขณะที่ในส่วนของยอดขาย iPhone จากปีที่ผ่านแม้ว่าจะมีการพัฒนารุ่นใหม่ออกมาทุกปี แต่รุ่นที่ออกมาใหม่ซึ่งมีราคาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ยอดขายรุ่นที่ออกมาใหม่เทียบกับรุ่นใหม่ในปีก่อนหน้านั้น มียอดจำหน่ายที่ลดลง แต่ขณะเดียวกันกลับไปเพิ่มจำนวนให้กับ iPhone รุ่นที่แล้วคือ iPhone 7, iPhone 7+ ,iPhone 8 , iPhone 8+ ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ บวกกับโปรโมชั่นของผู้ให้บริการค่ายโทรศัพท์มือถือ ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...