xs
xsm
sm
md
lg

DRT รุกเพิ่มสต๊อกสินค้ารับออเดอร์พุ่ง ปรับแผนเร่งเดินเครื่องจักรเต็มสูบตลอดเดือนเม.ย.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


DRT รุกปรับแผนการผลิตสินค้า เร่งเดินเครื่องจักรตลอดเดือนเมษายนอย่างเต็มที่ทุกไลน์การผลิตแบบไม่มีหยุดพัก ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณสต๊อกสินค้ารอการขายเป็น 30 วันให้อยู่ในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า หลังยอดสั่งซื้อสินค้าไตรมาส 1/62 เติบโตดีทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ พร้อมประเมินแนวโน้มตลาดวัสดุก่อสร้างไตรมาส 2 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด ยิปซัม อิฐมวลเบาและบริการหลังการขายภายใต้แบรนด์ ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า จากภาพรวมยอดขายสินค้าช่วงไตรมาส 1/62 ที่เติบโตได้ดีทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ จึงต้องปรับแผนการผลิตใหม่ให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาโอกาสในการขายสินค้า โดยในเดือนเมษายน 2562 ซึ่งเป็นเดือนที่มีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริษัทฯ ได้ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเร่งเดินเครื่องผลิตสินค้าอย่างเต็มที่ทุกไลน์การผลิต ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ หลังคาคอนกรีต กลุ่มบอร์ด ไม้สังเคราะห์และกลุ่มอิฐมวลเบาโดยไม่มีการหยุดพัก

ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องการเพิ่มสต๊อกสินค้ารอการขายเป็น 30 วัน จากสิ้นไตรมาส 1/62 ที่ลดลงเหลือประมาณ 10 วัน เพื่อให้มีปริมาณสต๊อกสินค้าเพียงพอต่อความต้องการลูกค้าและเข้าสู่ระดับปกติในช่วงฤดูการขาย (ไฮซีซั่น) หลังจากขยายพื้นที่คลังสินค้าอีก 3,500 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ปัจจุบันเราใช้อัตราเดินเครื่องจักรเฉลี่ย 80 - 90% จากกำลังการผลิตโดยรวมกว่า 1 ล้านตันต่อปี ถือว่าเกือบเต็มประสิทธิภาพการผลิต แต่จากปริมาณความต้องการสินค้าของตราเพชรที่เพิ่มสูงขึ้นมากหลังผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดี เนื่องจากเรามีจุดแข็งด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการการก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลังและแบรนด์สินค้ามีความแข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ดังนั้น เราจึงใช้เวลาวันหยุดยาวเพื่อผลิตสินค้าเพิ่มปริมาณสต๊อกรอการขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์”

ส่วนแนวโน้มความต้องการใช้สินค้าช่วงไตรมาส 2/62 DRT ประเมินว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของที่อยู่อาศัย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ส่งผลให้เมืองขยายตัว เนื่องจากวัสดุก่อสร้างเป็นสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัย 4 จึงมีความต้องการใช้สินค้าเพื่อนำไปใช้ในงานซ่อมแซมและก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่อย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะ กัมพูชา สปป.ลาวและเมียนมาร์ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากเห็นสัญญาณการขยายตัวในระดับที่น่าพอใจในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยเฉพาะเมียนมาร์และ สปป.ลาว ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายรวมในปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 5% ได้ตามแผนที่วางไว้

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติเห็นชอบให้ลงทุนในโครงการสายการผลิตไฟเบอร์ซีเมนต์(NT-11)ขนาดกำลังการผลิต 55,000 ตันต่อปี ณ โรงงานสระบุรีโดยใช้งบประมาณการลงทุน 400 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันบริษัทใช้อัตราการกำลังการผลิต 88 % จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มสายการผลิตดังกล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2561 มีรายได้จากการขายสินค้าจำนวน 4,020.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 195.34 ล้านบาทหรือ 5.11% เนื่องจากรายได้จากการขายกระเบื้องหลังคา อิฐมวลเบา ไม้สังเคราะห์และโครงหลังคาสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 380.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.88 ล้านบาทหรือ10.09% เนื่องจากรายได้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 5.26 ล้านบาท และรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 29.62 ล้านบาท และรายได้อื่นจำนวน 13.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.03 % เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการขายเศษวัสดุลดลง.
กำลังโหลดความคิดเห็น...