xs
xsm
sm
md
lg

สอบไซฟ่อน EARTH / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กำลังเร่งรัด ติดตามหนี้จำนวนประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ที่ปล่อยกู้ให้ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH และเตรียมฟ้องบังคับคดี เพื่ออายัดทรัพย์ลูกหนี้รายนี้ พร้อมแจ้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน

เพราะอาจมีการโยกย้าย ผ่องถ่ายทรัพย์สินออกจากบริษัท โกงทั้งสถาบันการเงิน เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ถือหุ้นจำนวน 16,744 ราย

ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย มีภาระรับผิดชอบ ในการติดตามหนี้จากบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นธนาคาร จำนวนทั้งหมด 71,450 ราย

เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ EARTH กู้ไป เป็นเงินของผู้ถือหุ้นธนาคารกรุงไทย ซึ่งผู้บริหารธนาคารเชื่อว่า EARTH มีทรัพย์สินที่จะชำระหนี้ได้

เพียงแต่ทรัพย์สิน อาจถูกยักยอกผ่องถ่ายออกจากบริษัท โดยผู้บริหาร EARTH

อดีตผู้บริหาร EARTH มีคดีเกี่ยวกับการทุจริตมากมาย ทั้งการปลอมแปลงใบขนส่งถ่านหิน โดยมีการสั่งซื้อถ่านหินและขนถ่านเข้ามา แต่กลายเป็นถ่านหินลม เพราะไม่มีถ่านหินจริงส่งเข้ามา ซึ่งธนาคารกรุงไทยเป็นเจ้าทุกข์ฟ้อง

นอกจากนั้น ยังถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษในความผิดสร้างข้อมูลเท็จ และก่อหนี้เทียมจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ

การทุจริตเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทจดทะเบียนแห่งนี้พังพินาศ แต่มีความพยายามบิดเบือนต้นเหตุที่แท้จริงของวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยมีกลุ่มนักลงทุนออกมาเคลื่อนไหว โจมตีทั้งธนาคารกรุงไทย และ ก.ล.ต. ที่ดำเนินคดีกับอดีตคณะผู้บริหารบริษัทฯ

อ้างว่าเป็นหน่วยงานที่ทำให้ EARTH มีปัญหาด้านฐานะการเงิน และทำให้ผู้ถือหุ้นเดือดร้อนทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่า วิกฤตของ EARTH เกิดจากการทุจริตของกลุ่มอดีตผู้บริหารบริษัทฯ

การดึง ปปง.เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตามรอยว่า ทรัพย์สินหรือเงินของ EARTH ถูกใครนำไปซุกไว้ที่ไหน ยักยอกออกไปในทางใด จะเป็นอีกฉากหนึ่งในการเปิดโปงพฤติกรรมของอดีตผู้บริหาร

และจะทำให้กลุ่มผู้บริหารบริษัทที่ร่วมมือกันผ่องถ่ายทรัพย์สิน มีข้อหาหนักเพิ่มขึ้นอีกคดี ขณะที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับการตอกย้ำว่า

ความพินาศของ EARTH เกิดขึ้นด้วยน้ำมือใครแน่

อนาคต EARTH ยังมืดมน เพราะการยื่นฟื้นฟูกิจการ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลาง โดยเฉพาะหนี้เทียมจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาท ที่อดีตผู้บริหารบริษัทฯ อ้างเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทมีหนี้สินพ้นตัว

ผู้ถือหุ้นจำนวนกว่า 1.6 หมื่นราย ต้องทำใจแล้ว เพราะการที่หุ้นจะกลับมาซื้อขายใหม่ได้ ต้องใช้เวลาอีกนาน และคงต้องเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ใหม่เสียก่อน จึงจะเริ่มต้นนับหนึ่งในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

แต่ถ้าตามรอยเส้นทางการเงิน จนตรวจสอบพบว่า กลุ่มใดผ่องถ่ายทรัพย์สินออกจากบริษัท โยกย้ายเงินไปพักไว้ที่ไหน และตามคืนมาได้ อนาคตของ EARTH อาจสดใสขึ้น เพราะถ้ายอดหนี้เทียมที่กลุ่มอดีตผู้บริหารบริษัทถูกตัดทิ้ง บริษัทอาจไม่ตกอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว

ไม่ต้องล้มละลาย ไม่ต้องฟื้นฟูกิจการ และหุ้นก็มีโอกาสกลับมาซิ้อขายใหม่ภายในเวลาอันสั้น

เพียงแต่โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ และคณะกรรมการบริษัท อาจต้องปรับเปลี่ยนใหม่

ถ้าโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ยังเป็นกลุ่มเดิม คณะกรรมการบริษัทฯ ยังถูกแต่งตั้งโดยผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดิม การแก้ปัญหา EARTH อาจติดขัด ถูกเตะถ่วงตีรวน เช่นเดียวกับการกู้วิกฤต บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ในปัจจุบัน

เพราะกลุ่มอดีตผู้บริหารบริษัทที่มีพฤติกรรมทุจริต ซุกขยะไว้จำนวนมาก และกลัวการถูกขุดคุ้ยพฤติกรรมโกง จึงขัดขวางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงาน

สถาบันการเงินเจ้าหนี้ เจ้าหนี้การค้า ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ถือหุ้นสามัญ EARTH ต้องประสานความร่วมมือ กอบกู้และพลิกฟื้นสถานการณ์ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารงานบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ เช่นเดียวกับการปรับโครงสร้างคณะกรรมการของ IFEC

เพราะถ้าผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดิม ยังมีอำนาจครอบงำการบริหารงาน EARTH อาจล่มสลาย ก่อนจะมีโอกาสกลับมาแจ้งเกิด



กำลังโหลดความคิดเห็น...