xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรีคาดบาทแกว่งในกรอบ 31.25-31.65 สกุลเงินเกิดใหม่เผชิญแรงกดดัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.65 ต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.47 ต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิมูลค่า 200 ล้านบาท และ 1.5 พันล้านบาท ตามลำดับ ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเทียบทุกสกุลเงินสำคัญ โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของเขตยูโรโซน ที่อ่อนแอเกินคาด และธนาคารกลางอังกฤษ มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ให้ตรึงดอกเบี้ยที่ 0.75% และปรับลดประมาณการเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวทาง Brexit

ทั้งนี้ มองว่า นักลงทุนจะติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในวันที่ 1 มีนาคม 2562 โดยมีปัจจัยชี้นำจากข้อมูลเงินเฟ้อ และยอดค้าปลีกสหรัฐฯ และความคืบหน้า Brexit รวมถึงประเด็นงบประมาณสหรัฐฯ และความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดเหตุการณ์การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนขึ้นอีกครั้ง เราประเมินว่า ในภาวะที่ตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง มีแนวโน้มว่าสกุลเงินตลาดเกิดใหม่จะเผชิญกับแรงกดดันในระยะนี้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ปัจจัยด้านการเมืองอาจกระทบ Sentiment ของตลาด และการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนก่อนการเข้าสู่การเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และประเมินว่า ภาวะการเงินยังอยู่ในระดับผ่อนคลาย และเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมีกรรมการ 2 รายเห็นควรให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 2.00% เพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน และเพื่อสะสมขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) สำหรับระยะถัดไป โดย กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงกับศักยภาพ แม้การส่งออกชะลอตัว แต่ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด การลงทุนเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามการย้ายฐานการผลิตมายังไทย และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ดตาม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ธปท. มองว่า เงินบาทแข็งค่าสอดคล้องกับกลุ่มตลาดเกิดใหม่ แต่พร้อมที่จะเข้าดูแลอัตราแลกเปลี่ยนกรณีตลาดปรับตัวผันผวนมากเกินไป

ทั้งนี้ จากท่าทีดังกล่าว เราคาดว่า สัญญาณจาก กนง. ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความต้องการลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเรายังคงมุมมองที่ว่า กนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ 2.00% ในครึ่งแรกของปีนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...