xs
xsm
sm
md
lg

หุ้น "แมงป่อง" แผลงฤทธิ์ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตั้งแต่ต้นปีหุ้นขนาดเล็กถูกปลุกขึ้นมาสร้างสีสันอีกครั้ง ราคาพุ่งระเบิดเถิดเทิง มีการสร้างข่าวและปล่อยข่าวกระตุ้นเก็งกำไร โดยหุ้นเล็กที่กำลังร้อนแรงล่าสุดคือ บริษัท เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MPG ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากหุ้นบริษัท แมงป่อง จำกัด (มหาชน) หรือ PONG เดิม

หุ้น MPG อยู่ในสภาพตายซากมาพักใหญ่ โดยปิดเมื่อสิ้นปี 2561 ที่ราคา 15 สตางค์ แต่หลังจากนั้นแกว่งตัวขึ้นเงียบๆ เช่นเดียวกับหุ้นขนาดเล็กอีกนับสิบตัว และขึ้นอย่างตูมตามเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย นายธิบดี มังคะลี ซึ่งไม่เคยปรากฏรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นมาก่อน ได้ตกลงซื้อหุ้นจาก น.ส.ณลันรัตน์ นันท์นนส์ จำนวน 85,967,356 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 8.79% ของทุนจดทะเบียน นางกิตติ์ยาใจ ตรีเอกวิจิตร จำนวน 84,032,644 หุ้น หรือ 8.59% ของทุนจดทะเบียน และซื้อจากนายปิยวรรพ์ทา ตรีเอนกวนิศ จำนวน 30 ล้านหุ้น หรือ 3.07% ของทุนจดทะเบียน โดยหุ้นที่ซื้อจากผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมทั้ง 3 ราย ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 26 สตางค์

นายธิบดี ก้าวขึ้นมาเป็นถือหุ้นใหญ่สุด มีหุ้นจำนวน 200 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 20.46% ของทุนจดทะเบียน โดยนางกิตติ์ยาใจ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งตั้งแต่นำหุ้นแมลงป่องเข้าจดทะเบียน กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง โดยสัดส่วนการถือหุ้นลดเหลือ 17.11% ของทุนจดทะเบียน

ข่าวการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ กระชากให้หุ้น MPG วิ่งไม่หยุด โดยราคาปิดล่าสุดวันที่ 6 กุมภาพันธ์อยู่ที่ 52 สตางค์ เพิ่มขึ้นจากจุดปิดสิ้นปี 2561 รวม 37 สตางค์ หรือเกือบ 250%

ราคาหุ้น MPG ตกเหวลึกมาหลายรอบแล้ว โดยเคยทรุดลงเหลือเพียง 10 สตางค์ระหว่างชั่วโมงซื้อ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561

“แมงป่อง” ใช้เวลาแต่งตัวอยู่นานมาก เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีข่าวจะระดมเงินจากตลาดหุ้นตั้งแต่ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 แต่คุณสมบัติอาจไม่พร้อม โดยเฉพาะตัวเลขด้านงบการเงิน จึงเลื่อนแผนออกไป กระทั่งแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย สามารถทำให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ปล่อยผ่านเข้าจดทะเบียนได้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2547

หลังนำหุ้นเสนอขายประชาชนทั่วไปในราคา 7 บาท แต่เมื่อเข้าตลาดหุ้นแล้ว นักลงทุนต้องเจ็บปวด ถูกหุ้นแมงป่องต่อยแทบปางตาย เพราะราคาหุ้นทรุดลงหนัก ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง จนถูกตลาดหลักทรัพย์ติดเครื่องหมาย C เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว ซึ่งเป็นผลพวงจากการขาดทุนติดต่อ และกินส่วนของทุนไปเรื่อยๆ

แม้จะเป็นหุ้นที่ตกอยู่ในสภาพตายซาก ผลดำเนินงานไม่เห็นสัญญาณฟื้น แต่จะมีการจุดพลุหุ้น MPG เป็นช่วงๆ โดยการปล่อยข่าวครอบงำกิจการ หรือเทกโอเวอร์ ช่วงปลายปี 2560 ราคาถูกกระชากขึ้นไปถึงระดับ 1.17 บาท เพราะข่าวลือผู้ลงทุนกลุ่มใหม่จะเทกโอเวอร์

แต่ก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือล่อแมลงเม่าบินเข้ากองไฟเท่านั้น เพราะเมื่อเข้าไปเก็งกำไร ถูกแรงขายกระหน่ำ ราคาหุ้นทรุด และต่ำสุดที่ 10 สตางค์ ก่อนจะมีการลากขึ้นมาใหม่ ตามด้วยข่าวการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่

ไม่รู้ว่ามีนักลงทุนรายย่อยตามแห่ลุย “แมงป่อง” รอบใหม่มากน้อยขนาดไหน แต่ใครที่ตามเข้าไปเล่นหุ้นตัวนี้ถือว่ากล้ามากๆ

เพราะราคาระดับ 52 สตางค์ เป็นราคาที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ เป็นราคาที่ซื้ออนาคต หรือซื้อความคาดหวังจากนายธิบดี ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่

แต่มั่นใจได้อย่างไรว่า นายธิบดี จะฟื้นผลประกอบการของ MPG พลิกจากขาดทุนหลายปีติดต่อ ให้กลับมีกำไรได้

และที่สำคัญ ราคาที่เล่นกันอยู่ขณะนี้ เป็นราคาที่แพงกว่าเป็นเท่าตัว เมื่อเทียบกับราคาที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ซื้อขายกันที่หุ้นละ 26 สตางค์

เล่นกันราคาระดับนี้ มีโอกาสที่ "แมลงเม่า" จะถูกหุ้น "แมงป่อง" ต่อยอีก



กำลังโหลดความคิดเห็น...