xs
xsm
sm
md
lg

YLG ประเมินทองคำแกว่งกรอบ 1,279-1,276 ดอลลาร์/ออนซ์ แนะนักลงทุนระวังแรงขายทำกำไร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินภาพรวมทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,286.40-1,295.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,550 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,600 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFG19 อยู่ที่ 19,670 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,660 บาท

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด คาดการณ์แนวโน้มทองคำในสัปดาห์หน้า (วันที่ 14 มกราคม 2562) ประเมินว่าจากการที่ นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งกรุงวอชิงตัน ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มลดขนาดงบดุลลงจากระดับปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า เฟดจะคุมเข้มนโยบายต่อไป นั่นส่งผลเชิงบวกต่อดอลลาร์ และส่งผลลบต่อราคาทองคำ

นอกจากนี้ ความหวังเรื่องข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งผ่อนคลายความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งด้านการเติบโตทางการค้า กระตุ้นตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P500 ปรับขึ้นกว่า 10% จากระดับต่ำสุดในรอบ 20 เดือนที่มีขึ้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาส จึงส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลง

อย่างไรก็ตาม แนะนำจับตาการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกในฐานะสินทรัพย์เสี่ยง เพราะหากเมื่อทัศนะบวกต่อการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ลดน้อยลง เนื่องจากจีนเสนอรายละเอียดเพียงเล็กน้อยต่อประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การกดดันการถ่ายโอนเทคโนโลยี สิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา อุปสรรคทางภาษี และการโจมตีไซเบอร์ ซึ่งการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนยุติลงด้วยคำมั่นของจีนว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของสหรัฐฯ ในปริมาณมาก แต่ไม่มีหลักฐานการบรรลุข้อตกลงใดๆ ในขณะนี้ โดยหากสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาปรับตัวลดลง ภายใต้ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากสงครามการค้า สถานการณ์ดังกล่าวจะหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน ระยะสั้นราคาทองคำอาจขยับขึ้นได้ไม่ไกล ท่ามกลางความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับเบร็กซิท โดยนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ เผชิญความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น เมื่อรัฐสภาเรียกร้องให้รัฐบาลของเธอจัดทำแผนสำรอง หากเธอพ่ายแพ้ในการลงมติข้อตกลงเบร็กซิท ซึ่งในขณะที่กำหนดการถอดอังกฤษจากสหภาพยุโรปในวันที่ 29 มี.ค. ใกล้เข้ามาทุกที ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ จะต้องชนะการลงมติในรัฐสภาเพื่อให้ข้อตกลงเบร็กซิทของเธอได้รับอนุมัติ มิฉะนั้นเสี่ยงที่จะทำให้การถอนตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป (EU) เกิดความวุ่นวาย

ทั้งนี้ รัฐสภาอังกฤษจะมีการลงมติข้อตกลงเบร็กซิท (Parliament Brexit Vote) ในวันอังคารที่ 15 ม.ค. ตามเวลาอังกฤษ หรือตรงกับเวลา 02.00 น. ของวันที่ 16 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย สถานการณ์ดังกล่าวกดดันสกุลเงินปอนด์ และส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ เบื้องต้น ประเมินว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นได้ในระยะสั้น โดยหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 1,299-1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยังไม่สามารถยืนได้แนะนำขายทองคำออกมาเช่นเดิม

ในส่วนกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในระยะสั้น และหากทดสอบแนวต้านโซน 1,299 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,279-1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ 1,276 (19,250 บาท) 1,265 (19,050 บาท) 1,256 (18,950 บาท)
แนวต้าน 1,299 (19,600 บาท) 1,309 (19,750 บาท) 1,318 (19,900 บาท)

GOLD FUTURES (GFG19)

แนวรับ 1,276 (19,380 บาท) 1,265 (19,210 บาท) 1,256 (19,080 บาท)
แนวต้าน 1,299 (19,730 บาท) 1,309 (19,880 บาท) 1,318 (20,020 บาท)


กำลังโหลดความคิดเห็น...