xs
xsm
sm
md
lg

อีสต์โคสท์ฯ ปัดล้มดีลซื้อกิจการ “เอสเทรคฯ” สัดส่วน 51%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บมจ.อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค ปัดล้มดีลซื้อกิจการ “เอสเทรคฯ” ยันพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง เดินหน้าซื้อหุ้น 51% มูลค่ารวม 510 ล้านบาท มั่นใจไตรมาส 4 ธุรกิจฟอร์มดี ยอดขายเติบโต จ่อรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้ามินบู พม่า เฟสแรก 50 MW ไตรมาสแรกปีหน้า

นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวบริษัทยกเลิกโครงการเข้าซื้อกิจการของบริษัท เอสเทรค ประเทศไทย จำกัด (STREK) ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าดำเนินการซื้อกิจการ STREK จำนวน 15.30 ล้านหุ้น คิดเป็น 51% ของหุ้นสามัญทั้งหมด ด้วยวิธีการแลกหุ้นสามัญ (Share Swap) คิดเป็นมูลค่ารวมการลงทุน 510 ล้านบาท อีกทั้งเตรียมศึกษาแนวทางการซื้อหุ้นคืน หากเป็นแนวทางการออกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อเสนอบอร์ดพิจารณาต่อไป

สำหรับขั้นตอนการเข้าซื้อกิจการ STREK ในสัดส่วน 51% นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมรายละเอียดเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 เดือน มี.ค.2562 และรอรายงานความเห็นจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ซึ่งตอนนี้เรื่องการจัดส่งเอกสารข้อมูลมีความคืบหน้าไปมาก เหลือส่วนของการทำ special audit โดยผู้สอบบัญชีที่ทางบริษัทว่าจ้าง เพื่อให้งบการเงินของ STrek ถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีก่อนที่ทางบริษัทจะเข้าลงทุน บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้และส่วนแบ่งกำไรทันทีในปี 2562 โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา STREK มีรายได้รวมประมาณ 4,848 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 4/61 นายอารักษ์ กล่าวว่า บริษัทคาดจะมีรายได้เติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากในช่วงไฮซีซัน สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 220 MW ประเทศพม่า ขณะนี้การก่อสร้างเฟสแรกมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะเริ่ม COD ภายในไตรมาส 1 ปี 2562 สำหรับเฟส 2-3-4 รวมทั้งสิ้น 220 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการปรับแผนงานเพื่อหาทางเร่งการก่อสร้างให้ครบโดยเร็วที่สุด จากแผนเดิมเสร็จปีละ 1 เฟส เพื่อส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้ที่จะเร็วขึ้นจากเดิม

“บริษัทมีแผนขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะช่วยสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้น สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ดังนั้น หากมีธุรกิจที่มีความน่าสนใจ บริษัทจะเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนกิจการนั้นๆ” นายอารักษ์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...