ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวน ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศ และปัจจัยจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างมหาอำนาจจากสองซีกโลก ความคาราคาซังของปัญหาเบร็กซิท (Brexit) จากฝั่งยุโรป รวมไปถึงยุคสมัยแห่งดิสรัปชัน หรือ การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในภาพใหญ่จากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี โดยเฉพาะจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เขาเรียกกันว่า ดิจิทัลดิสรัปชัน (Digital Disruption)
คำถามก็คือ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ องค์กรต่าง ๆ จะวางยุทธศาสตร์ และกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างไร เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเติบโตได้อย่างยั่งยืน?
เดือนตุลาคม 2561 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาธุรกิจครั้งใหญ่แห่งปี Krungsri Business Forum 2018 ในหัวข้อ Blue Ocean Shift : New Approaches in Digital Economy กลยุทธ์น่านน้ำสีครามในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจทุกระดับ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับสิ่งท้าทายยุคใหม่ โดยมีวิทยากรระดับกูรูอย่าง ศาสตราจารย์ ชาน คิม ผู้เขียนหนังสือเบสต์ เซลเลอร์ ระดับโลกคือ Blue Ocean Strategy และ Blue Ocean Shift ศาสตราจารย์ด้านกลยุทธ์และการบริหารจัดการระหว่างประเทศ สถาบัน INSEAD และผู้อำนวยการ INSEAD Blue Ocean Strategy Institute, ดร.สันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist, Sea Limited และ ดร.สมประวิน มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยงานจัดขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
Think Digital First
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผมคิดว่าทุกองค์กรจำเป็นต้องเปิดรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพื่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตที่ยั่งยืน
“ในฐานะของแบงค์ที่ส่งเสริมและเคียงข้างผู้ประกอบการธุรกิจทุกท่าน ธนาคารกรุงศรีได้วางกลยุทธ์เพื่อช่วยให้บริการลูกค้าได้ดียิ่ง ๆ ขึ้น และขจัดสิ่งที่เป็นปัญหาของลูกค้า ด้วยแนวคิด Think Digital First โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและดิจิทัลในธุรกิจธนาคาร ที่ผ่านมากรุงศรีเองได้พัฒนานวัตกรรมหลายด้าน เช่น บริการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับธุรกิจ ซึ่งสามารถโอนเงินได้ภายใน 30 วินาที จากแต่ก่อนต้องใช้เวลา 3 วันทำการ และไม่เพียงแค่บริการทางการเงิน กรุงศรีเองได้ให้ความสำคัญในการต่อยอดและสร้างโอกาสธุรกิจให้ลูกค้าด้วยการจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อแบ่งปันข้อมูล กิจกรรมสำรวจตลาด กิจกรรมจับคู่ธุรกิจให้กับลูกค้าธนาคารในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในประเทศไทย”
Blue Ocean Shift : ความคิดสร้างสรรค์คือหัวใจ เศรษฐกิจไม่ดีไม่ใช่ข้ออ้าง
ศ.ชาน คิม กล่าวว่า “ความคิดสร้างสรรค์ เป็นหัวใจของการก้าวสู่ Blue Ocean ในโลกดิจิทัล ซึ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจด้วยแนวทางใหม่ แทนที่จะมุ่งลอกเลียนแบบและเอาชนะคู่แข่งขัน
“ความคิดสร้างสรรค์จะสร้างดีมานด์ใหม่ ๆ สร้างตลาดใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้ ธุรกิจต้องกล้าทดลอง หากล้มเหลวให้มองความล้มเหลวเป็นครู จัดการกับความผิดพลาดอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้มากขึ้น จากวงจรธุรกิจที่ไม่มีอะไรแน่นอน วันหนึ่งคุณดังมาก ยอดขายถล่มทลาย แต่อีกวันสินค้าคุณกลับหายไปจากตลาด เสื่อมความนิยม ทั้งหมดเป็นบทเรียน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอยู่ในธุรกิจอะไร ทำกำไรได้ทั้งนั้น เศรษฐกิจไม่ดีไม่ใช่ข้ออ้าง ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดการผลักดันไปสู่ความสำเร็จ โดยการสร้างสรรค์มีสองแบบคือ แบบก่อกวนตลาดเดิมและไม่ก่อกวนตลาดเดิม ลองมาหาวิธีที่ไม่ก่อกวนใคร เพื่อทำให้ระบบนิเวศของเศรษฐกิจดีขึ้น คือ สร้างสถานการณ์ชนะทั้งสองฝ่าย (win-win)”
พรมแดนที่จางหายในยุคดิจิทัล
ดร.สันติธาร ให้ความเห็นว่า “เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนเกิด ‘ธุรกิจแพลตฟอร์ม’ ที่ทลายพรมแดนระหว่างโลกออฟไลน์และโลกออนไลน์ โดยเทรนด์ที่มาแรงในอาเซียนคือ อีคอมเมิร์ซแบบ C2C (Consumer to Consumer) หรือคนขายเป็นบุคคลธรรมดาหรือรายเล็กไม่ใช่ธุรกิจใหญ่ วันนี้เป็นคนซื้อ พรุ่งนี้ก็เป็นคนขายได้ เมื่อปริมาณการซื้อขายเยอะขึ้น ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมหาศาลก็จะสามารถทำให้เกิดระบบการค้าแบบ C2B (Consumer to Business) คือ ร้านค้าจะสามารถรู้ว่าลูกค้าจะต้องการสินค้าแบบไหน ควรโฆษณาโปรโมทสินค้าใดจากข้อมูลของผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์ม
“ในโลกธุรกิจการแข่งขันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ธุรกิจจะต้องกล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน ต้องปรับตัวให้ไว และมีความกระหายที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งที่ยากไม่ใช่การหาคำตอบหรือหาข้อมูล แต่เป็นการตั้งคำถามและสร้างทัศนคติในเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างองค์กรหรือทีมงานที่อยากขวนขวาย เรียนรู้ ต้องมีไลฟ์ ลอง เลิร์นนิง ช่องว่างระหว่างมหาวิทยาลัยกับออฟฟิศ ควรน้อยลง ออฟฟิศต้องกระตุ้นการเรียนรู้ มีความเป็นสถาบันการศึกษา”
2019 เศรษฐกิจจะขยายตัวต่อเนื่อง
ดร.สมประวิณ คาดการณ์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีหน้าว่า “เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวสูงกว่าศักยภาพตามแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่สูงขึ้น และความชัดเจนของโครงการภาครัฐ การใช้จ่ายของภาครัฐจะชัดเจนขึ้นในปีหน้า โดยเม็ดเงินลงทุนจะทยอยเข้าสู่ระบบตั้งแต่ต้นปี และจะเร่งตัวตลอด 2-3 ปีข้างหน้า
“ภาคการส่งออกสินค้า ในระยะสั้นมีแนวโน้มขยายตัวช้าลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศสำคัญ ๆ แต่ในระยะยาวอาจได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตมายังไทยในบางอุตสาหกรรม อีกทั้งโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากผลกระทบของสงครามการค้า อาจทำให้ไทยส่งออกสินค้าบางประเภทได้มากขึ้น ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจะเพิ่มทะลุ 40 ล้านคน”
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก >> http://bit.ly/2SJqVzJ