xs
xsm
sm
md
lg

OCEAN หุ้นอภินิหาร / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บรรยากาศการซื้อขายหุ้นต้อนรับโค้งสุดท้ายของปี เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ร้อนแรงสุดเหวี่ยง ดัชนีราคาหุ้น ตลาดหลักทรัพย์พุ่งกว่า 30 จุด แต่หุ้น บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN กลับปักหัวลง และเป็นหุ้นที่ดิ่งลงมากที่สุดเป็นอันดับสองในตลาด mai ประจำวัน


ราคาปิดที่ 4.58 บาท ลดลง 0.67 บาท หรือลดลง 12.76 %


ถ้าจะสำรวจหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงที่สุดในปีนี้ หุ้น OCEAN คงติดอยู่ในอันดับต้น ๆ เพราะเมื่อกลางปี ราคายืนอยู่ไม่กี่สิบสตางค์ แต่ทะยานขึ้นมาสูงกว่า 5 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 600 % ทั้งที่ไม่มีข่าวดีสนับสนุนอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน และผลประกอบการย่ำแย่ด้วยซ้ำ


OCEAN เข้าจดทะเบียนในตลาด mai เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 โดยเป็นผู้นำเข้า ประกอบและผลิตชินส่วนผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับประปาและสุขภัณฑ์ หลังนำหุ้นเสนอขายประชาชนผู้ลงทุนในราคา 90 สตางค์ จากราคาพาร์ 25 สตางค์ โดย บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาการเงินมือฉมัง ที่แต่งตัวบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นแล้วนับสิบบริษัท เป็นที่ปรึกษาการเงิน


หุ้น OCEAN ลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่หลายปี เช่นเดียวกับผลประกอบการ จนกลายเป็นหุ้นนอกสายตานักลงทุน


แต่หลังจากกลางปี 2561 หุ้นตัวนี้มีกิจกรรมมากมาย ทั้งการสร้างข่าว หรือการปล่อยข่าวกระตุ้นราคา จนทำให้เคลื่อนไหวอย่างหวือหวา และ ถูกตลาดหลักทรัพย์สั่งเข้าข่ายใช้มาตรการกำกับการซื้อขายหลายครั้ง


ราคาหุ้น OCEAN พุ่งมาม้วนเดียว 5 เดือนเต็ม โดยเริ่มต้นขยับจาก 84 สตางค์ ซึ่งเป็นจุดปิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 หลังจากนั้นวิ่งขึ้นติดต่อ 10 วันทำการ จนมาปิดที่ 1.98 บาท/หุ้น วันที่ 21 มิถุนายน เพิ่มขึ้นประมาณ 130% และพักปรับฐานอยู่ไม่กี่วัน ก่อนจะถูกลากขึ้นไปต่อ


มูลค่าซื้อขายจากวันละไม่กี่แสนบาท เพิ่มขึ้นมาซื้อขายวันละหลายสิบล้านบาท หรือบางวันหลายร้อยล้านบาท


เมื่อถูกตลาดหลักทรัพย์สอบถามถึงสาเหตุ ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างหวือหวา ฝ่ายบริหาร OCEAN จะชี้แจงว่า บริษัทไม่มีพัฒนาการใดที่มีนัยสำคัญต่อราคาหุ้น ซึ่งเป็นคำชี้แจงที่ตรงกับความจริง


เพราะบริษัทไม่มีพัฒนาการใดที่มีนัยยะสำคัญต่อราคาหุ้น แต่คำถามคือ ทำไมหุ้นตัวนี้จึงวิ่งระเบิดเถิดเทิง ทั้งที่ผลประกอบการย่ำแย่ มีใครอยู่เบื้องหลังลากราคาหุ้นหรือไม่


รายได้รวมของ OCEAN ตกปีละประมาณ 300 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง โดยปี 2558 ขาดทุนสุทธิ 3.73 ล้านบาท ปี 2559 กำไรสุทธิ 1.57 ล้านบาท แต่ปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 32.26 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกปีนี้ ขาดทุนสุทธิ 45.32 ล้านบาท


ราคาหุ้นน่าจะดิ่งลงเหว แต่ปรากฏว่า ราคากลับแข็งโป๊ก ขยับขึ้นสวนผลประกอบการอีกด้วย และยืนเหนือ 5 บาทมาพักใหญ่แล้ว ทั้งที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานที่จะคำนวณหาความเหมาะสมของราคา เนื่องจากไม่มีค่า พี/อี เรโช และอัตราเงินปันผลตอบแทนที่จะใช้ประเมินราคา


ผู้ถือหุ้นรายย่อย OCEAN มีจำนวนทั้งสิ้น 2,277 ราย ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่งคือ นางชัชชญา ไตรตระกูลชัย ซึ่งได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ที่เสนอขายบุคคลในวงจำกัดจำนวน 482 ล้านหุ้น ประมาณเดือนสิงหาคม ในราคาหุ้นละ 80 สตางค์ และทำให้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 40 % ของทุนจดทะเบียน


นับตั้งแต่นางชัชชญาเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ราคาหุ้นก็ถูกลากขึ้นตลอด และกลายเป็น ผู้ถือหุ้นที่ได้กำไรจากส่วนต่างราคามากที่สุดภายในชั่วพริบตา เมื่อเทียบระหว่างหุ้นเพิ่มทุนที่ซื้อมาราคา 80 สตางค์กับราคาที่ซื้อขายบนกระดานที่สูงระดับ 5 บาท


เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการ OCEAN ได้จัดการประชุม และมีมติออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 603 ล้านหุ้น เพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญหรือวอแรนต์รุ่นที่ 3 อายุ 3 ปี ซึ่งจะจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมโดยไม่คิดมูลค่า ในสัดส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 วอแรนต์ กำหนดราคาแปลงสภาพ 1 บาท และเป็นการสร้างข่าวดีกระตุ้นราคาหุ้น


แต่นักลงทุนไม่ได้ตอบรับลูกเล่นการแจกวอแรนต์ ราคาหุ้นไม่ได้พุ่งขึ้น แต่กลับทรุดลง ทางด้านปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีคำอธิบายว่า ทำไม OCEAN จึงพุ่งขึ้นมายืนเหนือ 5 บาทได้ นอกจาก

ยกให้เป็นหุ้นอภินิหาร แต่ใครจะเข้าไปลุย ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีเท่านั้น



กำลังโหลดความคิดเห็น...