xs
xsm
sm
md
lg

7 หุ้น รอคิวถูกตะเพิด / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตลาดหลักทรัพย์ประกาศเพิ่มเหตุบริษัทจดทะเบียน 7 แห่ง ที่อยู่ในข่ายถูกเพิกถอน เนื่องจากไม่ส่งงบการเงินไตรมาสแรกปี 2561 ตามเวลาที่กำหนด แต่กระบวนการขับบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ ต้องใช้เวลาอีกยาว แม้หลายบริษัทแทบไม่เห็นโอกาสแก้ไขเหตุแห่งการถูกเพิกถอนก็ตาม


บริษัทจดทะเบียน 7 แห่งที่ถูกเพิ่มเหตุแห่งการเพิกถอนประกอบด้วย บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CHUO ,บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH ,บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC ,บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ,บริษัท เคซีพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ KC ,บริษัท แอลวีเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ LVT และ บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน)หรือ POLAR


หุ้นบริษัทจดทะเบียนทั้ง 7 ราย อยู่ระหว่างถูกขึ้นเครื่องหมายเอสพี พักการซื้อขาย ซึ่งการแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนบางบริษัทใกล้จะเสร็จสิ้นและเตรียมนำหุ้นกลับมาซื้อขายใหม่อีกครั้ง


แต่หลายบริษัทสถานการณ์ย่ำแย่ อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ และแทบไม่เห็นโอกาสที่จะกลับมาดำเนินงานตามปกติได้


โดยเฉพาะหุ้นบริษัท KC ,EARTH และ POLAR


วิกฤตที่หุ้นทั้ง 3 บริษัท เกิดจากการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส มีการทุจริตฉ้อฉล ทำให้ฐานะกิจการทรุด ทั้งการผ่องถ่ายเงิน การสร้างหนี้เทียม การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ จนผู้บริหารบริษัทถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ


แต่การลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่ฉ้อฉล ต้องผ่านหลายกระบวนการ และใช้เวลา ขณะที่ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหายไปแล้ว โดยไม่มีใครสามารถเยียวยา และไม่รู้ว่า หุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ลงทุนไว้ จะมีโอกาสกลับมาซื้อขายใหม่ได้หรือไม่

กระบวนการพิจารณาอนุมัติรับบริษัทจดทะเบียนใหม่ ไม่มีความซับซ้อนมากนัก เพราะตลาดหลักทรัพย์มีนโยบายเพิ่มสินค้าใหม่อยู่แล้ว แต่กระบวนการพิจารณาเพิกถอนบริษัทจดทะเบียนมีความยุ่งยาก และใช้เวลานานมาก


เพราะตลาดหลักทรัพย์พยายามให้โอกาสบริษัทจดทะเบียนแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอน จนบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ใช้เวลาฟื้นฟูกิจการเกือบ 20 ปี จึงสามารถนำกลับมาซื้อขายใหม่ได้อีกครั้ง


เจตนารมณ์ในการเปิดโอกาสให้บริษัทจดทะเบียนฟื้นฟูกิจการ แก้ไขเหตุแห่การเพิกถอน ตลาดหลักทรัพย์หวังว่า ผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนจะได้รับการเยียวยา เมื่อหุ้นกลับมาซื้อขายใหม่


แต่เจตนารมณ์ที่ดี กลับสร้างความเสียหายนักลงทุนในวงกว้างมากขึ้น เพราะหุ้นที่กลับมาซื้อขายใหม่ แม้โครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือฝ่ายบริหารบริษัทอาจเปลี่ยน แต่พฤติกรรมตัวหุ้นไม่ได้เปลี่ยน


เพราะยังเป็นหุ้นร้อนที่มีการจุดพลุเก็งกำไรอย่างหวือหวา มีพฤติกรรมการสร้างราคา มีการปล่อยข่าวดีกระตุ้น ขณะที่ผลประกอบการตกต่ำ สุดท้ายต้องกลับเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการอีก


การฟื้นฟูกิจการหุ้นเน่า มักเป็นเพียงการเปลี่ยน “เจ้ามือ” ที่จะเข้ามาสูบเงินจากนักลงทุนในตลาดหุ้นเท่านั้น เจ้ามือรายเก่าอาจสูบทรัพย์สินจากบริษัทจดทะเบียนจนเหลือแต่ซาก ก่อนขายหุ้นทิ้ง ปล่อยให้บริษัทล่มสลาย


เมื่อเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการ จะมี “เจ้ามือ” ใหม่เข้ามาใช้เงินเพิ่มทุนไม่เท่าไหร่ เพื่อแก้ปัญหาด้านฐานะ และแต่งบัญชีให้ดูดี จนมีคุณสมบัติกลับเข้ามาซื้อขายใหม่ ก่อนจะเร่งกระบวนการโฆษณาชวนเชื่อแนวโน้มผลประกอบการ เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้ามาเก็งกำไร


เมื่อนักลงทุนแห่เข้ามาเก็งกำไร เจ้ามือใหม่จะกอบโกยกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น และไม่ได้สนใจกับการผลประกอบการของบริษัทมากนัก เมื่อตักตวงความมั่งคั่งสมใจ บริษัทเหลือแต่ซาก จะขายหุ้นทิ้ง ลอยแพผู้ถือหุ้นรายย่อยที่หลงเข้าไปเป็นเหยื่อ


นโยบายเพิกถอนบริษัทจดทะเบียน ควรมีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยกำหนดเงื่อนเวลาในการแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนให้ชัดเจน และภายในเวลาที่กำหนด ถ้าบริษัทจดทะเบียนไม่สามารถแก้ไขเหตุแห่งเพิกถอนได้ ต้องตะเพิดออกจากตลาดหุ้นไปก่อน


ถ้าฟื้นฟูกิจการสำเร็จ มีคุณสมบัติเป็นบริษัทจดทะเบียน จึงยื่นเรื่องเสนอขอกลับเข้าตลาดหุ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนใหม่ ที่ต้องยื่นแบบไฟลิ่ง ขอเสนอขายหุ้นต่อประชาชนผู้ลงทุน ก่อนยื่นขอเข้าตลาดหลักทรัพย์ตามขั้นตอนปกติ


การผ่อนปรนให้บริษัทจดทะเบียนที่มีปัญหาด้านการดำเนินงาน ตกอยู่ในฐานะหุ้นเน่า มีโอกาสกลับเข้ามาซื้อขายใหม่ เห็นแล้วว่าได้สร้างความเสียหายให้นักลงทุนซ้ำซาก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ของหุ้นเน่า ตลาดหลักทรัพย์จึงควรทบทวนนโยบายเพิกถอนบริษัทจดทะเบียน


ต้องตัดวงจรอุบาทว์หุ้นเน่า อย่าเปิดโอกาสให้กลับมามาปล้นนักลงทุนซ้ำแล้วซ้ำอีก



กำลังโหลดความคิดเห็น...