ผู้นำอสังหาฯในภาคอีสาน ประกาศแผนรุกตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ร่วมทุนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ผุดโครงการใหม่ย่านพระราม 9 เคาะขายหลังละ 30-40 ล้านบาท ส่วนพันธมิตรจะต่อยอดขยายตลาดในภูมิภาค
ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด “สิริมงคล พร๊อพเพอร์ตี้ (Sirimongkol Property) ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทางภาคอีสานใต้ กล่าวถึงก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 3-5 ปีจากนี้ จะขยายโครงการที่อยู่อาศัยประเภทโครงการแนวราบให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทางอีสานใต้ เช่น จังหวัดยโสธร, อำนาจเจริญ, บุรีรัมย์ และยังมีแนวทางที่จะไปทำตลาดในจังหวัดขอนแก่น และโคราช เป็นต้น
ขณะที่ปัจจุบัน บริษัทเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ “หมู่บ้านสิริมงคล”ในจังหวัดศรีสะเกษ และได้ขยายตลาดไปลงทุนพัฒนาโครงการจัดสรรในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นโครงการแรก ภายใต้ชื่อ “สิริมงคล 6” และกลับมาเปิดโครงการสิริมงคลโครงการ 7 ในจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 85 ยูนิต มูลค่า 250 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการบ้านของสิริมงคล พร๊อพเพอร์ตี้ ราคาขายเริ่มต้น 4.2-8 ล้านบาทต่อหลัง
“ตนเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินทุน 10 ล้านบาท พร้อมกับที่ดิน 450 ไร่ ภายในระยะเวลา 6 ปี จากเงิน 10 ล้านบาท กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่า 4,000-5,000 ล้านบาทในปัจจุบัน โดยทำธุรกิจบ้านจัดสรรเป็นหลัก กลยุทธ์จะพัฒนาโครงการบนเนื้อที่ไม่ใหญ่ประมาณ 20 ไร่ขึ้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการขาย ซึ่งรวมโครงการที่ 7 ที่เปิดการขายอยู่ สิริมงคลจะพัฒนามาแล้ว 769 หลัง มูลค่ารวมกว่า 1,300-1,400 ล้านบาท รอบการพัฒนาและขายโครงการละปีถึงปีครึ่ง กลุ่มลูกค้าจะแตกต่างกัน อย่างใน จ.อุบลราชธานี เริ่มมีลูกค้าที่ขาย และทำธุรกิจมาซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการ รวมถึงอาชีพหมอที่มีจำนวนมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าในจังหวัดศรีสะเกษ เกือบร้อยละ 60-70 เป็นข้าราชการ และสถาบันการเงินจะแฮปปี้ที่ปล่อยลูกค้ากลุ่มข้าราชการ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการพัฒนาที่ดินโดยมีการแบ่งขายที่ดินเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยที่ผ่านมาได้แบ่งขายพื้นที่ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำของประเทศ เช่น เซ็นทรัล, โฮมโปร, การเคหะแห่งชาติ และกำลังเจรจากับโรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลเอกชน” ดร.สิริพงศ์ กล่าว และว่า
สิริมงคล พร๊อพเพอร์ตี้ ได้เปิดกลยุทธ์การรุกตลาดเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก โดยได้ร่วมทุนแล้วกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อพัฒนาโครงการแห่งแรกร่วมกัน บนทำเลโซนพระราม 9 บนเนื้อที่ 10 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นสถาบันบันเทิงชื่อดัง โดยจะพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ราคา 30-40 ล้านบาท จำนวน 30 กว่าหลัง มูลค่าโครงการประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท (ไม่รวมส่วนของการลงทุนค่าจัดซื้อที่ดิน) โดยสัดส่วนการถือหุ้นจะผ่านบริษัทการนำเข้ารถยนต์ที่เป็นหนึ่งในธุรกิจของตระกูล เข้าถือหุ้น 49% และ 51% เป็นพันธมิตรที่ร่วมทุน
“เรื่องแบรนด์และชื่อบริษัทใหม่อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่คาดว่าภายในสิ้นปีจะได้เห็นความชัดเจน และนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสิริมงคล และบริษัทอสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ พัฒนาโครงการระดับพรีเมียมขึ้น และน่าจะเป็นโครงการนำร่องไปสู่การพัฒนาโครงการอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามมา ขณะเดียวกัน ทางบริษัทร่วมทุนมีแผนที่จะขยับขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น Win Win ทั้งสองฝ่าย”
สำหรับธุรกิจที่ทางครอบครัวดำเนินการ ในแต่ละปีจะมียอดขายประมาณ 3,000-3,500 ล้านบาท ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.แอล. คอนกรีต มูลค่า 1,000 ล้านบาท บริษัท แรบบิท ออโต้ คราฟท์ จำกัด นำเข้ารถหรูมาจำหน่าย ยอดขาย 2,000 ล้านบาท บริษัท สิริมงคลฯ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ยอดขาย 400-500 ล้านบาท วางเป้าภายใน 5 ปี มียอดขายสู่ระดับ 1,000 ล้านบาท ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นยอดขาย 50 ล้านบาทต่อปี ธุรกิจสวนน้ำเฉลี่ย 10 ล้านบาท (ซึ่งเปิดช่วงฤดูร้อน) และรายได้จากค่าเช่าที่ปีละ 10-20 ล้านบาท เป็นต้น
ในส่วนของการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่นั้นจะมี 2 โครงการ ได้แก่ สิริมงคล 8 ใน จ.อุบลราชธานี จำนวน 80 หลัง ราคา ราคา 4.7-5 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท โครงการสิริมงคล 9 จ.ศรีสะเกษ จำนวน 80-90 หลัง ราคาขาย 3 ล้านบาทขึ้น รวมมูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท


