xs
xsm
sm
md
lg

ปมที่ “ประสิทธิ์” ยังไม่ตอบ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ตามคำนัดหมาย 10.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตผู้บริหารบริษัทโบรกเกอร์หลายแห่ง ได้เปิดแถลงข่าว ชี้แจงการเข้าไปพัวพันคดีฉ้อโกงนักลงทุนชาวฟินแลนด์ โดยปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้น และตัวเองตกอยู่ในฐานะแพะในคดี ทั้งที่เป็นผู้เสียหาย




คดีนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักลงทุนชาวฟินแลนด์ ที่ถูกต้มเงินเกือบ 800 ล้านบาทนั้น นายประสิทธิ์อ้างว่า เข้าไปทำหน้าที่ในฐานะผู้จัดทำข้อตกลงหรือ DEAL MAKER และเจรจาให้ลูกค้าของตัวเอง โอนหุ้น บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA ให้นายปริญญา จารวิจิต อดีตกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ DNA ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวการต้มตุ๋นครั้งนี้


แต่นายปริญญากลับไม่โอนหุ้น DNA ให้ลูกค้า และไม่โอนเงินเข้าบริษัท แสดงพฤติกรรมความไม่โปร่งใส จนนำไปสู่ความขัดแย้งและยุติการร่วมธุรกิจ โดยยังมีปัญหาเรื่องหุ้นที่ยังไม่โอนและเงินลงทุนของนายอาร์นีค้างอยู่


นายประสิทธิ์ยอมรับว่า เป็นผู้ที่ดึงนายธรรมนัส พรหมเผ่า หรือผู้กองธรรมนัส อดีตนายทหารผู้กว้างขวาง เข้ามาในตลาดทุน เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย หรือ "เคลียร์" หนี้กับนายปริญญา จนยอมคายหุ้นจำนวน 425.93 ล้านหุ้น หรือ 8.05 % ของทุนจดทะเบียนให้ผู้กองธรรมนัสถือ


ประเด็นเรื่องผู้กองธรรมนัสเข้ามาถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน และเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกรรมในตลาดทุนได้อย่างไร มีคำตอบแล้ว


เพราะนายประสิทธิ์ เป็นผู้ชักนำผู้กว้างขวางเข้ามาเอง


ข้ออ้างว่าถูกนายปริญญาผู้เบี้ยวข้อตกลง ถูกข่มขู่ จนต้องเรียกผู้กองธรรมนัสเข้ามาช่วยเคลียร์นั้น มีคำถามว่า นายประสิทธิ์ไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรมหรือ จึงไม่ดำเนินการกับนายปริญญาด้วยกฎหมาย แต่กลับไปใช้บริการอดีตนายทหารผู้กว้างขวาง


ประเด็นที่ยังเป็นปมอยู่ และนายประสิทธิ์ยังไม่ได้ไขปมอย่างหมดเปลือกคือ การโอนหุ้น DNA ไปมาระหว่างลูกค้า นายปริญญา ผู้กองธรรมนัส และนายเออาร์นี


การต้มตุ๋นบิทคอยน์ของนายเออาร์นี เป็นคดีหนึ่ง แต่การขายหุ้นให้นายเออาร์นี และการซื้อขายโอนเปลี่ยนมือไปมาหุ้น DNA เป็นอีกคดีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องลงมาตรวจสอบและสอบสวน


เพราะอาจเป็นธุรกรรมการซื้อขายหุ้น หรือการถือครองหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


นายประสิทธิ์ระบุว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 นายเออาร์นี ได้รับหุ้น DNA แล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 185 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 1.23 บาท รวมเป็นเงิน 227.55 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 160 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.50 บาท รวมเป็นเงิน 240 ล้านบาท


รวมแล้วนายเออาร์นี มีหุ้น DNA จำนวน 345 ล้านหุ้น โดยทุนจดทะเบียนของบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้มีจำนวน 5,291.67 ล้านหุ้น ซึ่งหมายความว่า นายเออาร์นีถือหุ้นเกินสัดส่วน 5 % มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560


แต่ทำไม ไม่ปรากฏชื่อนายเออาร์นีที่แสดงการถือครองหุ้นใน DNA และถ้ามีหุ้นจำนวน 340 ล้านหุ้นจริง การไม่รายงานการได้มาซึ่งหุ้นสัดส่วนเกิน 5 % ของทุนจดทะเบียน ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนายประสิทธิ์น่าจะรู้กฎเกณฑ์ดี แต่ทำไมไม่แนะนำให้นายเออาร์นีทำธุรกรรมอย่างถูกต้องโปร่งใส


และการซื้อขายโอนกันไปมาระหว่างลูกค้าของนายประสิทฺธิ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นการโอนให้นายปริญญา โอนให้นายเออาร์นี หรือนายปริญญาโอนให้ผู้กองธรรมนัส

มีประเด็นที่น่าสงสัยว่า เป็นธุรกรรมการซื้อขายหุ้น ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่


โดยเฉพาะหุ้น DNA สัดส่วน 8.05 % ที่ผู้กองธรรมนัส รับโอนมาจากนายปริญญานั้น โอนมาในรูปไหน ชำระค่าซื้อขายหุ้นกันจริง ๆ หรือไม่


ส่วนหุ้นที่ลูกค้านายประสิทธิ์โอนให้นายปริญญา ซึ่งนายประสิทธิ์อ้างว่า ยังจ่ายเงินไม่ครบนั้น การซื้อขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแล้ว เมื่อชำระราคาไม่ครบถ้วน โอนกันได้อย่างไร และมีการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยนายประสิทธิ์เป็นผู้ให้คำแนะนำหรือไม่


นายเออาร์นีสูญเงินบิทคอยน์ไปแล้ว และยังต้องเสียหายจากการลงทุนในหุ้น DNA อีก โดยไม่รู้ว่า ใครชักนำให้ลงทุนหุ้นตัวนี้ เพราะไม่น่าจะเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี ที่มีคนพยายามคุยโม้แน่ เนื่องจากผลดำเนินงานในอดีตย่ำแย่ และเดือนพฤศจิกายนปี 2560 ซึ่งมีการตกลงซื้อขายหุ้นจำนวน 345 ล้านหุ้นกัน ก็ยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานที่จะประเมินราคาเหมาะสมได้


ราคาหุ้น DNA ที่นายเออาร์นีซื้อไป เป็นราคาที่แพงหูฉี่  และอาจเป็นราคาที่ไม่ได้เห็นอีกนาน เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ราคาหุ้น DNA ทรุดลงมาปิดที่ 45 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งหมายถึงนายเออาร์นีขาดทุนเกือบ 1 บาทต่อหุ้น หรือขาดทุนจากหุ้นตัวนี้ประมาณ 300 ล้านบาท โดยนายประสิทธิ์ทำหน้าที่เป็น DEAL MAKER


การแถลงข่าวคดีฉ้อโกงบิทคอยน์ ซึ่งเชื่อมโยงกับหุ้น DNA แม้นายประสิทธิ์จะสร้างความกระจ่างได้ในบางจุด แต่อีกหลายจุด ยังเป็นปมที่ตำรวจกองปราบปรามและ ก.ล.ต. จะต้องตามแกะรอย ตรวจสอบและสอบสวนต่อไป

โดยเฉพาะการซื้อขาย การโยก การโอนและผ่องถ่ายหุ้น DNA ในกลุ่มคนที่เกี่ยวพันกับการต้มตุ๋นนักลงทุนชาวฟินแลนด์


อีกประมาณ 1 เดือน นายประสิทธิ์จะพ้นโทษกรณีที่ ถูก ก.ล.ต.พักใบอนุญาตการเป็นผู้บริหารโบรกเกอร์แล้ว เนื่องจากละเลยการตรวจสอบดูแลระบบงาน ในการทำความรู้จักลูกค้า และตรวจสอบข้อเท็จจริงลูกค้า และการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้า


ไม่มีคำถามถึงบทลงโทษของ ก.ล.ต. เพราะการเข้ามาพัวพันกับคดีบิทคอยน์ การซื้อขายหุ้น DNA อย่างลึกลับซับซ้อน และมีปัญหาตามมา ทำให้เห็นพฤติกรรมของนายประสิทธิ์


ปัญหาคือ เมื่อครบโทษถูกพักใบอนุญาตเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ 2 ปีแล้ว ก.ล.ต. จะปล่อยให้นายประสิทธิ์กลับเข้ามาในธุรกิจหลักทรัพย์หรือ


และจะมีบริษัทโบรกเกอร์ไหน เปิดพื้นที่ให้นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณอีก

(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )

(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )


กำลังโหลดความคิดเห็น...