อนาคต บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC ดับวูบลงแล้ว หลังจากนายทะเบียนบริษัทมหาชนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนลดทุน เพิ่มทุน และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งจะทำให้บริษัทจดทะเบียนแห่งนี้ถึงกาลอวสาน
คณะกรรมการ IEC มีมติเพิ่มทุน 203,591.50 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.01 สตางค์ โดยนำหุ้นใหม่เสนอขายผู้ถือหุนเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 0.0125 บาท กำหนดชำระค่าหุ้นระหว่างวันที่ 23-29 พฤศจิกายน 2559 แต่มีผู้ถือหุ้นคัดค้านการเพิ่มทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เคยทักท้วงแล้ว ขอให้ IEC ชี้แจงเหตุผลการไม่เลื่อนการเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุน เพื่อรอให้นายทะเบียนบริษัทมหาชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์พิจารณาว่า จะรับจดทะเบียนเพิ่มทุนหรือไม่
แต่ฝ่ายบริหารบริษัทชี้แจงว่า มติการเพิ่มทุนผ่านการรับรองจากผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 แล้ว
และการเพิ่มทุนมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ การดำรงอยู่และความอยู่รอดของบริษัท
ส่วนผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ถือหุ้นที่ชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน กรณีที่นายทะเบียนบริษัทมหาชนไม่รับจดทะเบียนนั้น ฝ่ายบริหาร IEC ระบุว่า ได้วางแนวทางแก้ไขไว้แล้ว โดยเงินชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน จะนำฝากกับสถาบันการเงินไว้ และจะคืนให้ผู้ถือหุ้นภายใน 30 วัน พร้อมดอกเบี้ยปีละ 1.40 % หากนายทะเบียนบริษัทมหาชนไม่รับจดทะเบียน
แผนการเพิ่มเดินหน้าไปตามที่คณะกรรมการ IEC กำหนดไว้ โดยหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 203,591.50 ล้านหุ้นนั้น มีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิจองซื้อจำนวนทั้งสิ้น 136,224.71 ล้านหุ้น ระดมเงินได้จำนวนทั้งสิ้น 1,702.80 ล้านบาท มีหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือจากการจำหน่าย 67,366.78 ล้านหุ้น
แต่เงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมด จะต้องส่งคืนให้ผู้ถือหุ้น พร้อมดอกเบี้ย 1.40 % ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 เพราะนายทะเบียนบริษัทมหาชนไม่รับจดทะเบียนเพิ่มทุน
แผนการเพิ่มทุน IEC ถูกคว่ำลง เพราะผลพวงจากผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม ที่ร้องคัดค้านการเพิ่มทุน โดยระบุว่า ราคาหุ้นใหม่ที่เสนอขาย 0.0125บาท เป็นราคาที่ต่ำเกินไป และบริษัทมีการเพิ่มทุนบ่อย แต่ผลประกอบการกลับย่ำแย่ ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ใส่เงินเข้าไปได้รับความเสียหาย
ฝ่ายบริหาร IEC เคยประกาศไว้ การเพิ่มทุนครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน การดำรงอยู่และความอยู่รอดของ IEC
แม้จะกำเงินจากการขายหุ้นใหม่อยู่ในมือแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของบริษัท แต่เงินก้อนนี้ต้องหลุดมือไป ต้องส่งคืนผู้ถือหุ้น เมื่อไม่มีเงินก้อนใหม่เข้ามา IEC จะอยู่รอดอย่างไร
หุ้น IEC ปิดครั้งสุดท้ายที่ 2 สตางค์ ก่อนถูกขึ้นเครื่องหมายเอสพี พักการซื้อขายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 เนื่องจากไม่ส่งงบการเงินตามเวลาที่กำหนด และวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษนายภูษณ ปรีย์มาโนช อดีตผู้บริหารพร้อมพวกรวม 25 คน ในความผิดทุจริต ทำให้บริษัท ฯ ได้รับความเสียหายประมาณ 200 ล้านบาท
กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจเข้ามาเก็บหุ้น IEC จนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเข้ามากุมอำนาจบริหาร และเตรียมนำบริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APURE ซึ่งกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจถือหุ้นใหญ่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ด้วย และจะทำให้กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจก้าวขึ้นมาเป็นเจ้ามือใหญ่ IEC อย่างเต็มตัว
แต่แผนการการยึดครอง IEC ต้องพังทลาย
IEC ถูกจับเข้ากลุ่มหุ้นในข่ายถูกเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน แต่การแก้ไขเหตุแห่งการถูกเพิกถอน คงมีความยุ่งยากขึ้น เพราะขาดเงินทุนก้อนโตที่จะนำไปฟื้นฟูกิจการ
ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 25,244 ราย คงทำใจไว้แล้ว สำหรับชะตากรรมของ IEC แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจที่พยายามปลุกผี IEC จะทำใจได้ไหม เพราะแผนการครอบครองหุ้นตัวนี้กำลังหลุดลอยไป
ฉากสุดท้าย IEC ใกล้ปิดลงแล้ว หลังหุ้นตัวนี้ ต้องล้มลุกคลุกคลานมาตลอด 26 ปีที่เข้าตลาดหลักทรัพย์
(สั่งจองหนังสือ “หุ้นวายร้าย” ราคาเล่มละ 190 บาท จากราคาเต็ม 240 บาท โทร. 0-2629-2700 , 08-2782-8353 , 08-2782-8356 )


