xs
xsm
sm
md
lg

“บิทคอยน์” เงินหายนะ ? (จบ)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มีคำเตือนมาตลอดว่า ใครที่เข้าไปซื้อขายเก็งกำไร “บิท คอยน์” อาจพบกับหายนะ เพราะสักวัน ฟองสบู่จะแตก

แต่ขณะที่คนส่วนใหญ่กลัวความเสียหาย ไม่กล้าทำธุรกรรมบิทคอยน์ คนส่วนหนึ่งกลับกอบโกยความมั่นคั่งกับเงินดิจิทัลสกุลนี้

“บิท คอยน์” ซื้อขายกันทั่วโลก แม้จะเกิดความผันผวนรุนแรงมาสองครั้งแล้ว แต่ราคาก็สามารถกลับขึ้นมาใหม่ได้ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2560 หลังจากมีข่าวว่า จะมีการจัดรูปแบบเงิน “บิทคอยน์” ใหม่ เหมือนการเปลี่ยนธนบัตรใหม่ ทั้งที่ธุรกรรมการซื้อขายและจับจ่าย รวมทั้งมูลค่ายังเหมือนเดิม

แต่นักลงทุนพากันตื่นตระหนก ทุบขายบิทคอยน์ จนราคารูดลงจากประมาณ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์ เหลือเพียง ประมาณ 2,000 ดอลลาร์ ก่อนจะขยับขึ้นมาใหม่ จนต้นปีขึ้นไปเกือบทะลุ 20,000 ดอลลาร์

หลังจากนั้นมีข่าวว่า เกาหลีใต้ และจีน จะไม่เปิดให้รับแลกเปลี่ยนเงินบิทคอยน์ นักลงทุนจึงตื่นตระหนก ทำให้ราคาทรุดลงเหลือประมาณ 10,000 ดอลลาร์เศษ แต่เริ่มปรับตัวขึ้นมาใหม่แล้ว

คนที่เข้าไปร่วมทำธุรกรรมเงินสกุลดิจิทัล เพราะมั่นใจว่า บิทคอยน์จะไม่เกิดภาวะฟองสบู่ แต่จะเป็นเงินสกุลที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก เพราะอีกไม่นาน ซัพพลายจะหมด ขณะที่ความต้องการจะสูงขึ้น และทำให้ราคาบิทคอยน์ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น

ในช่วงที่มีการขุดบิทคอยน์ออกมาประมาณ 9 ล้านเหรียญ มูลค่าบิทคอยน์อยู่ที่ประมาณ 6,000 ดอลลาร์ ขณะนี้มีบิทคอยน์อยู่ในตลาดประมาณ 18 ล้านเหรียญ ซัพพลายในตลาดมีมากขึ้น แต่มูลค่ากลับพุ่งขึ้นไปประมาณ 11,000 ดอลลาร์

ถ้ามีการขุดบิทคอยน์ครบ 21 ล้านเหรียญเต็มจำนวนที่ผลิต และ ไม่มีบิทคอยน์เข้ามาในตลาดเพิ่ม ประเมินกันว่า มูลค่าบิทคอยน์จะพุ่งขึ้นอีกเป็นเท่า ๆ ตัวจากปัจจุบัน

จำนวนบิทคอยน์ที่หมุนเวียนอยู่ทั่วโลก มีทั้งหมดประมาณ 18 ล้านเหรียญ แต่อยู่ในความครอบครองของใครบ้าง ไม่อาจตรวจสอบได้

ส่วนจำนวน 100,000 เหรียญแรกที่อยู่ในความครอบครองของนายซาโตชิ ปรากฏว่า ยังไม่มีการขายออกแม้แต่เหรียญเดียว

อัตราแลกเปลี่ยนของบิทคอยน์ ในแต่ละแหล่ง หรือในแต่ละประเทศแตกต่างกัน โดยอาจมีส่วนต่างถึง 100 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้มีคนหากินกับส่วนต่าง โดยเฝ้าหน้าจอ ทำรายการซื้อขาย โกยกำไรส่วนต่างของบิต คอยน์ในแต่ละวัน สามารถทำรายได้วันละเป็นหมื่นเป็นแสนบาท

การซื้อขายเก็งกำไรบิทคอยน์ ไม่แตกต่างจากการซื้อขายหุ้น โดยหวังกำไรจากส่วนต่างของราคา

บิทคอยน์กลายเป็นเงินสกุลสากลในโลกดิจิทัลไปแล้ว สามารถจับจ่ายซื้อสินค้าในหลายประเทศทั่วโลก และประเทศไทยอาจต้องยอมรับเงินสกุลนี้ แม้จะเป็นเงินสกุลดิจิทัลที่ยังไม่มีธนาคารกลางประเทศไหนประกาศรับรองอย่างเป็นทางการก็ตาม

การครอบครองบิทคอยน์ จะมีรหัสเฉพาะบุคคลเป็นผู้ครอบครอง การทำธุรกรรมไม่มีคนกลาง ไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน แต่จะจับจ่ายหรือซื้อขายเปลี่ยนมือกัน โดยการโอนรหัสการครอบครอง

และธุรกรรมแต่ละรายการ อาจแบ่งเพียงบางส่วนของบิทคอยน์ใช้จ่าย เหมือนเงินสกุลอื่น เช่น เงินดอลลาร์ ซึ่งอาจใช้จ่ายคราวละไม่กี่เซนต์ก็ได้

ปริมาณธุรกรรมการใช้จ่ายด้วยบิทคอยน์ เชื่อกันว่า ส่วนใหญ่ใช้จ่ายในธุรกิจมืด เช่น การค้าอาวุธ หรือค้ายาเสพติด

เพราะสามารถหลบเลี่ยงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน แต่ถ้าโอนกันด้วยเงินสกุลเดิม ผ่านระบบสถาบันการเงิน จะถูกตามแกะรอยได้

ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนบิทคอยน์เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย สามารถนำบิทคอยน์ไปแลกเป็นเงินสกุลต่างๆได้ บนเว็บไซต์ BX.IN.TH หรือใครที่ใคร่ได้ความรู้เรื่องบิทคอยน์ สามารถสอบถามไปที่ บิทคอยน์ เซนเตอร์ ประเทศไทยได้

และมีการออกเงินสกุลดิจิทัล สัญชาติไทยขึ้นมาโดยตรงแล้ว ชื่อ ZCOIN

บิทคอยน์มีเหลือให้ขุดอีกประมาณ 3 ล้านเหรียญ และแม้จะขุดยากขึ้น แต่นักแสวงโชคหน้าใหม่ ๆ ยังหลั่งไหลเข้าไปขุด ลงทุนนับแสน ๆ บาท ซื้อคอมพิวเตอร์สมรรถภาพสูง เพื่อขุดค้น

ส่วนนักลงทุนรุ่นใหม่ ๆ ยังเดินลุยซื้อขายเก็งกำไรบิทคอยน์

คนทั้งโลกถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายแล้ว โดยฝ่ายหนึ่งมองว่า คนที่เข้าไปทำธุรกรรมบิทคอยน์ เป็นพวกตื่นทอง เป็นนักการพนัน และสักวันจะเกิดหายนะใหญ่ในบิทคอยน์

ขณะที่คนอีกฝ่ายหนึ่งมองว่า คนที่ต่อต้านบิทคอยน์ เป็นคนรุ่นเก่าหัวอนุรักษ์ ไม่ทันโลก เป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี

นักลงทุนบิทคอยน์ประเมินกันว่า ถ้าบิทคอยน์ถูกขุดพบจนครบ 21 ล้านเหรียญแล้ว มูลค่าบิทคอยน์จะพุ่งขึ้นไปยืนอยู่ที่ระดับ 30,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 1 บิทคอยน์ จึงมีช่องว่างในการทำกำไรจากเงินสกุลนี้อยู่

เพียงแต่คนที่จะเข้าเล่น ต้องควบคุมความโลภให้ได้ เพราะความโลภจะพาไปสู่หายนะ

และที่สำคัญต้องรู้จริงในเงินสกุลใหม่ ไม่รู้จริง ไม่ควรแตะบิทคอยน์ เพราะหายนะได้ง่ายๆ



กำลังโหลดความคิดเห็น...