นายวิรัช มรกตกาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ วาณิชธนกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจวาณิชธนกิจของธนาคารปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อปีที่แล้ว โดยสามารถสร้างธุรกรรมด้านวาณิชธนกิจ ซึ่งประกอบด้วยรายการการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) รายการที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนผ่านตลาดทุน (Equity Capital Market) รายการตัวแทนการเสนอขายหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และรายการการควบรวมกิจการ (M&A) ซึ่งมีมูลค่าของดีลทั้งหมดรวมกันแล้วมากกว่า 2แสนล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1-1.5 แสนล้านบาท
สำหรับในปีหน้า ธนาคารตั้งเป้าหมายจำนวนดีลเพิ่มขึ้นจากปีนี้อีกเท่าตัว หรือประมาณ 20 ดีล จากปีนี้ที่มี 10 ดีล แต่ในด้านของมูลค่าแล้วน่าจะอยู่ระดับเดิม เนื่องจากในปีนี้มีจำนวนดีลใหญ่ ๆ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนของ IPO ที่มีบริษัทรายใหญ่ ๆ ถึง 3 ราย อาทิ บริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์, บมจ. บีกริม เพาเวอร์ และ บมจ. ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จากปัจจุบันที่ธนาคารมีดีล IPO อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ 3-4 ราย มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ธุรกิจพลังงาน, ธุรกิจอีคอมเมิร์ช และธุรกิจอิเล็กทริก ไฟแนนซ์ ซึ่งจะเป็นดีลเข้าตลาด SET แต่ยังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงไหนของปีหน้า
ส่วนดีล M&A ถือได้ว่ายังมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการนำผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศ ก็จะเป็นกลุ่มไฟฟ้า และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ก็จะให้ความสนใจในกลุ่มโรงพยาบาล-สุขภาพ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเทเลคอม โดยเฉพาะในส่วนของ Data Center ซึ่งเป็นกลุ่มใหม่ที่ธนาคารมองว่าจะได้รับการสนใจมากขึ้นในอนาคต ทั้่งนี้ ในส่วนของ M&A นั้น ถือว่าธนาคารมีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง
ทั้งนี้ หลังจากที่จะเปิดสาขาที่ฟิลิปปินส์ในปีหน้าแล้ว ก็จะทำให้ธนาคารมีสาขาครบทั้ง 10 สาขาใน AEC ที่จะเป็นการช่วยเสริมศักยภาพในการบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งดีลในอาเซียนปีนี้ ประกอบด้วย ดีลในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และดีลจากญี่ปุ่น ที่เข้ามาซื้อสินทรัพย์ในไทย ขณะที่ดีลในอาเซียนที่อยู่ในแผนปีหน้า ประกอบด้วย ดีลในเวียดนาม จำนวน 2 ดีล และลาว 1 ดีล ส่วนในกัมพูชาเป็นดีลด้านสินเชื่อ และมีดีลที่รออยู่ในอินโดนีเซีย, พม่า, มาเลเซีย, สิงค์โปร์ และฮ่องกง อีกจำนวนมาก อีกทั้งกำลังเข้าไปศึกษาดีลในปากีสถาน และศรีลังกา
“จุดยืนชัดเจนที่เน้นย้ำมาตลอด คือ การพาลูกค้าไปเติบโตในอาเซียน และพาลูกค้าต่างประเทศมาลงทุนในไทย โดยใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของเครือข่ายอันแข็งแกร่งของกลุ่มซีไอเอ็มบีอย่างเต็มที่ วันนี้เป้าหมายที่เราวางไว้ เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และเกือบ 100% ของธุรกิจปีนี้มาจากอาเซียน เป็นการเติบโตข้ามพรมแดน โดยมีเราเข้าไปเป็นสะพานเชื่อมการลงทุน และพาลูกค้าเติบโตไปด้วยกัน”
ทั้งนี้ ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ธนาคารมีส่วนแบ่งตลาดรายการ M&A เป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า M&A กว่า 1.5 แสนล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 31% และมีส่วนแบ่งตลาดรายการ IPO เป็นอันดับ 4 ด้วยมูลค่า IPO ประมาณ 10,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 10%


