xs
xsm
sm
md
lg

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมขาย IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น พร้อมเข้าเทรดภายใน พ.ย. นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น โดยมี บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย พร้อมเข้าเทรดภายใน พ.ย. นี้

บมจ. กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GPI) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 100 ล้านหุ้น และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ได้ภายในเดือน พ.ย. นี้ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) แล้ว โดยมี บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นในครั้งนี้

วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้ขยายธุรกิจของบริษัทฯ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจุบัน บริษัทประกอบธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้ 1. กลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เป็นธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า (Exhibition) เช่น งาน Bangkok International Motor Show และงาน Bangkok Used Car Show รวมถึงธุรกิจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 2. กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อรูปแบบใหม่ เป็นธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์ และธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่ในรูปแบบดิจิทัล และ 3. กลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่า บมจ. กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จะสามารถเสนอขายหุ้น IPO และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ในเดือน พ.ย. นี้

ปัจจุบัน บมจ. กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 250 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 16.67 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ

ด้านนายปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GPI กล่าวว่า บริษัทฯ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจมากว่า 47 ปี โดยเริ่มต้นเมื่อปี 13 ได้เปิดตัวนิตยสารกรังด์ปรีซ์ เป็นฉบับแรก หลังจากนั้นในปี 22 ได้เริ่มจัดงานมหกรรมรถยนต์ครั้งที่ 1 (ปัจจุบัน คือ งาน Bangkok International Motor Show) ในปี 52 ได้ริเริ่มจัดงานมหกรรมยานยนต์รถมือสอง และยนตรกรรมนำเข้า (ปัจจุบัน คือ งาน Bangkok Used Car Show) และเริ่มจัดทำเว็บไซต์หลักใหม่ของบริษัทฯ (www.grandpix.co.th) เพื่อเป็นสื่อหลักและศูนย์กลางนำเสนอข่าว และสาระด้านยานยนต์

“เรามีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำการสร้างนวัตกรรมในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความบันเทิง และการจัดกิจกรรมอย่างครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และไลฟ์สไตล์ โดยมีความมั่นใจในศักยภาพธุรกิจ ถึงแม้ในปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจจะมีความท้าทายมากขึ้น แต่เราไม่เคยหยุดนิ่งที่หาโอกาสสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง” นายปราจิน กล่าว

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการตลาดและการขาย GPI เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 83% ของรายได้จากการขายและบริการในปี 59 ปัจจุบัน บริษัทฯ มีการจัดงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดแสดงยานยนต์ 2 งานต่อปี ได้แก่ 1. งาน Bangkok International Motor Show ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมด้านยานยนต์ รถต้นแบบ ยนตรกรรม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ 2. งาน Bangkok Used Car Show ซึ่งเป็นงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์หรูมือสอง และรถยนต์มือสองคุณภาพดี จากผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองที่มีชื่อเสียง โดยคาดว่าจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อการจัดงานแสดงสินค้าด้านยานยนต์

ส่วนธุรกิจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เป็นของบริษัทฯ อาทิ การจัดแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ (Motor Sport) การแข่งขันรถยนต์ควอเตอร์ไมล์ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตามความต้องการของลูกค้า อาทิ งานทดสอบสมรรถนยานยนต์ชั้นนำในประเทศไทย กิจกรรมแรลลีรถยนต์ และคาราวาน และการจัดแข่งขันเครื่องบินภายใต้ชื่อ “Air Race 1” ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเป็นการแข่งขันเครื่องบินครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ที่มีเครื่องบินระดับโลกเข้าแข่งขัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายขยายการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับยานยนต์ในต่างประเทศ เช่น ประเทศในแถบอาเซียน โดยบริษัทฯ ได้มีการเซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการในประแทศเมียนมาร์ เพื่อที่จะเข้าไปบริหารจัดการงานมอเตอร์โชว์ ในช่วงต้นปี 61 ก่อนที่จะพิจารณาเข้าร่วมลงทุนต่อไป นอกจากนี้ จะขยายการจัดงานแสดงสินค้าไปในอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยได้ริเริ่มจัดงานมหกรรมอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นแสดงของใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่ผ่านมา และเตรียมจัดงานต่อเนื่องในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้ ขณะเดียวกัน จะรุกขยายการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลายขึ้น

นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการผลิตสื่อ GPI เปิดเผยว่า สำหรับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อรูปแบบใหม่ มีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ เช่น นิตยสารกรังด์ปรีซ์, นิตยสารออฟโรด, นิตยสารมอเตอร์ไซด์ และนิตยสารเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ อาทิ นิตยสารการาจไลฟ์ และได้รุกเข้าสู่ธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่ อาทิ นิตยสารในรูปแบบดิจิทัล สื่ออินเทอร์เน็ต (Website) และสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น www.grandprix.co.th เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเป็นผู้รับจ้างผลิตและจัดส่งสิ่งพิมพ์ประเภทต่าง ๆ อาทิ หนังสือ นิตยสาร วารสาร แคตตาล็อก แผ่นพับ ใบปลิว โบชัวร์ ปฏิทิน และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความครบวงจรให้กับการดำเนินธุรกิจด้านการผลิตสื่อและให้บริการแก่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายที่จะซื้อเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ที่สามารถพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ กระดาษห่อสินค้า ป้ายโฆษณา และงานพิมพ์บนกระดาษ อาทิ กระดาษอาร์ตเทียม กระดาษ LMC กระดาษไข ฯลฯ เพื่อรองรับงานพิมพ์และวัสดุที่ใช้พิมพ์ที่หลากหลายขึ้น ขยายธุรกิจการรับจ้างพิมพ์ไปยังอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากเดิมที่เน้นการรับจ้างพิมพ์นิตยสาร

“เราจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมาขยายในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการรุกออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งเราเริ่มจากการบุกไปจัดงานมอเตอร์โชว์ในประเทศเมียนมาร์ รวมไปถึงการซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ และใช่เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ” นายพีระพงศ์ กล่าว

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 60) บริษัทฯ มีรายได้รวม 631.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 624.16 ล้านบาท ซึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิ 186.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 172.68 ล้านบาท เนื่องจากการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่าย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง นอกจากนี้ ยังมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อทุนต่ำเพียง 0.05 เท่า (ณ สิ้นไตรมาส 2/60) สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...