xs
xsm
sm
md
lg

เสนอออก กม. รองรับ “ไทยแลนด์ 4.0” อสังหาฯ หนุนยกอีอีซีสู่ “สมาร์ทซิตี้”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเป็นผู้จัดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2560” โดยทาง วสท. ได้ผนึกกำลังกว่า 100 องค์กรชั้นนำด้านเทคโนโลยี เปิดเวทีเสวนาเรื่อง “แนวโน้มอนาคตพัฒนาที่อยู่อาศัย...สมาร์ทไลฟ์และสังคมปลอดภัย”

ดร. ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) กล่าวว่า ท่ามกลางคลื่นยักษ์ดิจิทัลและเทคโนโลยี ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งในทางทำลายล้าง และสร้างโมเดลใหม่ ๆ เช่น ธุรกิจธนาคาร และห้างสรรพสินค้า โดยต่อไป อาจเป็นเพียงโชว์รูมเท่านั้น คนจะไปเดินเล่นแล้วกลับมาซื้อผ่านออนไลน์แทน เนื่องจากด้วยราคาที่ถูกกว่า หรือแม้แต่ธุรกิจสื่อ ธุรกิจเทปซีดี ต้องปรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ผู้ผลิต Apple ที่ไม่เคยมีโรงงานผลิตเป็นของตนเอง แต่สามารถชึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ในการครองใจคนทั้งโลก และมีผลประกอบการที่เป็นบวก ส่วน Alibaba เว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์ที่มีมูลค่าสูงสุด แต่ไม่มีสินค้าและสต๊อกสินค้าของตนเอง

“นี่คือตัวอย่างของผลกระทบจากคลื่นยักษ์ดิจิทัล โดยผู้ที่จะอยู่ได้จากแรงกระแทกนี้ ต้องรู้จักการพัฒนาปรับตัวตามให้ทัน และนำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมกับความแตกต่างของพื้นที่ และการแก้ปัญหา เพื่อเสริมคุณภาพชีวิต ธุรกิจการทำงาน สังคม และเศรษฐกิจ”ดร. ธเนศ กล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม เรื่องความเจริญของเทคโนโลยีทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องมาพิจารณาในเรื่องของความปลอดภัย อย่างเช่น ความหลากหลายของข้อมูลที่มาก เรื่องการสำรองข้อมูลเป็นสิ่้งสำคัญ ซึ่งควรให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะผู้บริโภคไม่ใช่วิศวกร ดังนั้น มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายออกมารองรับในเรื่อง “ไทยแลนด์ 4.0”

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “แนวโน้มอนาคตพัฒนาที่อยู่อาศัย...สมาร์ทไลฟ์และสังคมปลอดภัย” กล่าวว่า ปัจจุบัน ภาคอสังหาริมทรัพย์มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการเกี่ยวกับการสร้างบ้าน อย่างเช่น ระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือการจำลองข้อมูลต่าง ๆ ของอาคารมาใช้ ซึ่งจะมีประโยชน์ในด้านการก่อสร้าง คือ 1. สามารถควบคุมเวลา 2. ควบคุมต้นทุน 3. เพิ่มประสิทธิภาพรอบการทำธุรกิจ และ 4. เรื่องของแรงงานนั้น คิดว่าปัจจุบัน ภาคการก่อสร้างใช้แรงงานต่างด้าว 80-90% ทั้งนี้ จะพบว่าการก่อสร้างโครงการบ้านจัดสรร (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) ประมาณ 75% จะใช้ระบบพรีคาสต์

สำหรับเรื่องการส่งเสริมเกี่ยวกับไทยแลนด์ 4.0 นั้น คิดว่านโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยจะมี 10 อุสาหกรรมในการส่งเสริมและเป็นหัวหอกของการพัฒนา ถือว่าเป็นการสร้างความชัดเจนในการประกาศนโยบายต่อนักลงทุนไปทั่วโลก ขณะเดียวกัน งบประมาณจำนวนมหาศาลในเฟสแรก 1.5 ล้านล้านบาท จะมุ่งในเรื่องโครงสร้าง สร้างโรงพยาบาล สร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งรูปแบบของที่อยู่อาศัยจะถูกจัดวางให้เป็นสมาร์ทโฮม สมาร์ทซิตี้ และรวมกันเกิดเป็นเมือง หรือสมาร์ททาวน์ หรือแมัแต่เรื่องการจัดตั้งมหาวิทยาลัย หากอำนวยความสะดวกในเรื่องใบอนุญาต และมีการมาจัดตั้งขึ้นเป็นจำนวนมาก จะช่วยในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องการศึกษามากยิ่งขึ้น

“นโยบายของนายกฯดีเลย เรื่องการให้อีอีซีเป็นสมาร์ทซิตี้ เพราะถ้าสามารถเชื่อมโยงกันได้ จะมีผลเกี่ยงโยงไปกับวัสดุต่าง ๆ ที่จำเป็น และหากมีการเชื่อมไปถึงเรื่องความปลอดภัย จะยิ่งช่วยให้ต้นทุนถูกลง ซึ่้งนายกฯ กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับสินค้าที่มาใช้กับที่อยู่อาศัย จะทำให้เกิดการใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ หากมีการจูงใจในเรื่องการหักค่าใช้จ่าย 1.5-2 เท่า ให้กับผู้ลงทุนหากนำอุปกรณ์เกี่ยวกับดิจิทัลมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ จะยิ่งเป็นแรงกระตุ้นอีกทางหนึ่ง” นายอิสระ กล่าว

ผศ. ดร. วรรณรัช สันติอมรทัต หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนเมืองในแต่ละภูมิภาคว่า ขณะนี้สมาร์ทซิตี้จะเกิดขึ้นตามภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ภูเก็ต, เชียงใหม่, ขอนแก่น ซึ่งแต่ละเมืองรูปแบบของการพัฒนาจะแตกต่างกัน และหากสามารถนำเรื่องเทคโนโลยีมาใช้ จะเกิดประโยชน์กับประชาชนในท้องถิ่น เช่น ภูเก็ต จะมีความได้เปรียบในเรื่องของการท่องเที่ยว ต่างกับจังหวัดชลบุรี ที่จะมีภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งหากเราสามารถประมวลข้อมูล และมาประยุกต์ใช้ให้กับมูลค่าทางเศรษฐกิจของแต่ละเมืองแล้ว จะเกิดประโยชน์มาก เช่น จังหวัดทางภาคใต้ ไม่มีค่อยมีอุตฯ แต่มีทะเล สามารถทำเป็นศูนย์กลางเมืองสุขภาพได้ เป็นต้น

อนึ่ง สำหรับการจัดงาน “วิศวกรรมแห่งชาติ 2560” จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย. 2560 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด Engineering 4.0 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานในประเทศ 20,000 คน และผู้บริหารวิศวกรจาก 10 ประเทศในอาเซียน อีก 5,000 คน


กำลังโหลดความคิดเห็น...