xs
xsm
sm
md
lg

JSP ผุด “มหานครปารีสแห่งบางใหญ่” ลุ้นรัฐคลอดมาตรการเสริมหนุน ศก.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ไพโรจน์ วัฒนวโรดม” มั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลังเติบโต ผลักดันให้มูลค่าความต้องการซื้อบ้านเติบโตครึ่งหลัง 3-5% โชว์ผลงานรอบ 7 เดือน คาดทำยอดโอนได้กว่า 2,550 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของเป้ายอดโอนทั้งปี 5,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว “มหานครปารีสแห่งบางใหญ่” บนที่ดิน 100 ไร่ เน้นโครงการแนวราบราคาจับต้องได้ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้านอีเวนต์กระตุ้นยอดขายทุกโครงการ

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ว่า มีหลายปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโต ได้แก่ 1. การอนุมัติการลงทุนของภาครัฐที่ออกมาอย่างเต็มที่ ขณะที่ภาคการส่งออกยังต้องจับตามองจากภาวะน้ำมันโลก และนโยบายต่างประเทศ

2. เรื่องของอุทกภัย หากทุกอย่างปกติ ก็อาจจะทำคนที่อยู่ในพื้นที่ที่เคยท่วมตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย 3. มีความเชื่อว่าครึ่งปีหลังสถาบันการเงินจะเพิ่มการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้เข้าเป้า แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะกลัวเรื่องหนี้ ทำให้การตัวเลขสินเชื่อไม่เข้าเป้า และ 4. รัฐบาลได้ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน เร่งปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวน่าจะผลักดันให้มูลค่าความต้องการซื้อบ้านในครึ่งปีหลังเติบโตได้ 3-5% ทั้งนี้ คาดว่ายอดโอนในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกที่หดตัวลง

“หากมองเรื่องเศรษฐกิจแล้ว มีหลายสิ่งที่รัฐบาลต้องพิจารณา เนื่องจากเครื่องยนต์ที่จะผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลายตัวอ่อนแรง ทั้งเรื่องการลงทุนของภาครัฐ การจัดเก็บภาษี การส่งออก และเรื่องของการท่องเที่ยว แต่หากหันมากระตุ้นตลาดในประเทศ โดยในเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีที่สุด ซึ่งแนวทางอาจจะส่งผ่านจากมาตรการที่รัฐบาลเคยประสบความสำเร็จจากลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองในช่วงต้นปีที่ผ่านมา”

สำหรับแนวโน้มธุรกิจของบริษัท เจ.เอส.พี.ฯ นั้น เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยผลประกอบการทางด้านยอดโอนในช่วง 7 เดือนแรก ทำได้กว่า 2,550 ล้านบาท แยกเป็นจากโครงการแนวราบ 2,000 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 550 ล้านบาท รวมคิดเป็น 50% ของเป้ายอดโอนทั้งปีที่ 5,000 ล้านบาท มาจากโครงการแนวราบ 4,000 ล้านบาท และแนวสูงอีก 1,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 59 สามารถทำยอดโอนได้ 3,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2564 บริษัทได้วางเป้าจะมีการรับรู้รายได้ที่ 9,000 ล้านบาท

โครงการใหม่ที่เปิดขายในขณะนี้ค่อนข้างไปในทางที่สร้างยอดขายได้ดี เช่น โครงการ J city ศรีราชา เปิดมาเพียง 1 เดือน ก็สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 400 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้จัดอีเวนต์มหกรรมบ้านครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายในงานได้กว่า 150 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่า ครึ่งปีหลังความต้องการซื้อ (Demand) ของกลุ่มลูกค้าดังกล่าว (segment) จะยังไปได้ด้วยดี

“ปีที่ผ่านมา เราได้รีแบรนด์ เจ.เอส.พี. ปรับลุ๊กใหม่ เราจะไม่ใช่เจ๊กสำเพ็ง แต่เราจะเป็น J ที่มีความทันสมัย ใช้ความเชี่ยวชาญในการบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ จับกลุ่มลูกค้าโครงการแนวราบต่ำกว่า 5 ล้านบาท หรือกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กำลังสร้างครอบครัว”

นายไพโรจน์ กล่าวถึงแผนในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี 60 ว่า จะสามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่องและสนับสนุนให้ทั้งปีได้ตามเป้า 5,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่งกลยุทธ์ในครึ่งปีหลัง ได้แก่ การส่งแบบบ้านใหม่รุ่นใหม่เข้าตลาด คือ อิงลิช ทาวน์โฮม ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี โดยล่าสุด 5-6 ส.ค. นี้ เปิด J City สุขุมวิท แพรกษา ก็ประสบความสำเร็จยอดขายในงานถึง 200 ล้านบาท และจะเตรียมเปิดที่ J City รัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง วันที่ 19-20 ส.ค นี้ ซึ่งคาดว่าจะได้ยอดขายไม่ต่ำกว่าโครงการอิงลิช ทาวน์โฮม อื่น ๆ ที่ผ่านมา

ในส่วนของการเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังนั้น จะเพิ่มอีก 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2,800 ล้านบาท โดยโครงการที่เป็นไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ โครงการ J Villa และ J City วงแหวน-บางใหญ่ โครงการขนาดใหญ่ติดถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี บนเนื้อที่โครงการ 100 ไร่ มูลค่า 2,100 ล้านบาท มีทั้งรูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ และอาคารพาณิชย์ สามารถรองรับการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ในเฟสแรกจะพัฒนาบนเนื้อที่ 18 ไร่ บ้านเดี่ยว และบ้านแฝด 4 ห้องนอน สไตล์ยุโรป ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฝรั่งเศส ด้วยการตกแต่งแบบ Neo-French ระดับพรีเมียมในราคาที่สัมผัสได้เริ่มเพียง 3.39 ล้านบาท และทาวน์โฮม 4 ห้องนอน กำหนดเปิดขาย 2-3 ก.ย. นี้ และอีกโครงการจะเป็น บ้านเดี่ยวบางเสร่ ชลบุรี เปิดขายเดือน พ.ย. นี้ มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท

เดิมทีคิดจะเอาแบบสไตล์อังกฤษไปลง แต่คิดว่า คนจะเบื่อ แต่ด้วยคำว่า บางใหญ่ และมีรถไฟฟ้าเปิดใช้แล้ว การขยายของเมืองที่จะมากขึ้น เลยคิดคอนเซ็ปต์ เตรียมพบกับ มหานครปารีสแห่งบางใหญ่ ความพิเศษ คือ คอนเซ็ปต์ของโครงการเป็นสไตล์ฝรั่งเศส มีสวนแบบแวร์ซายส์ ขณะที่โปรดักต์คอนเซ็ปต์ มีปราสาทบ้านสมัยศตวรรษที่ 16 ฝรั่งเศสมาดีไซน์”

นอกจากนี้ ทาง เจ.เอส.พี. จะเน้นสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้านอีเวนต์ เช่น การจัดมหกรรมบ้าน JSP รังสิต ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายเพียง 2 วัน 113 ล้านบาท

ในส่วนสต๊อกรอการนั้น ทางบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมระบายสต๊อกที่มีอยู่ เช่น โครงการทิวลิป และโครงการไมอามี่ เน้นการทำสื่ออีเวนต์ และออนไลน์ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี ปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้เฉลี่ย 120 ล้านบาทต่อเดือน โดย 19-20 ส.ค. นี้ โครงการทิวลิป จะจัดมหกรรมคอนโด JSP ครั้งที่ 1 ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำยอดขายในงานได้ไม่ต่ำว่า 50 ห้อง.


กำลังโหลดความคิดเห็น...