xs
xsm
sm
md
lg

“เมย์แบงก์ กิมเอ็ง” ชี้ครึ่งปีหลังหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก อาหาร ฟื้นสดใส จ่อปรับลดเป้า SET Index เหลือ 1,600 จุด เหตุต่างชาติเมินหุ้นไทย (ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET
บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง จ่อลดเป้าดัชนี SET Index จากเดิม 1,650 จุด ลงมาเหลือ 1,600 จุด เหตุต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในการเข้าลงทุน อีกทั้งกำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโตลดลงหากเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มา ส่วนใหญ่เน้นเพิ่มทุนมากขึ้น จากต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แนะลงทุนหุ้นกลุ่มอาหาร ค้าปลีก ท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวสดใส



นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET กล่าวถึงทิศทางการลงทุนในตลาหุ้นไทยช่วงครึ่งหลังปี 2560 ว่า บริษัทฯ ปรับลดประมาณการดัชนี SET Index ในปีนี้จากเดิมซึ่งตั้งเป้าไวที่ 1,650 จุด ลงมาที่ 1,600 จุด จากการที่เม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศไม่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย อีกทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย เติบโตในระดับแค่เพียง 6% ซึ่งมองว่าไม่มีแรงดึงดูดในการเข้ามาลงทุน อีกทั้งอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ยังคงมีความผันผวนมากในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดงบดุลส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
  
ขณะเดียวกัน มองว่า หุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ในช่วงปลายปีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่ หุ้นกลุ่มค้าปลีก ที่มีการเติบโต และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และหุ้นกลุ่มอาหาร ที่มีการปรับฐานราคาลงมาพอสมควร และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งถือว่าช่วงปลายปีเป็นช่วงที่ทำเงินสูงสุด
  
“เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทฯ ได้ทำการปรับลดเป้าหมายดัชนี SET Index ลง เนื่องจากว่าได้มีการประเมินดัชนีแล้ว มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในเพดานที่จำกัด เพราะไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน โดยประเมินว่า กรอบดัชนีในช่วงครึ่งหลังปี 2560 จะเคลื่อนใหวอยู่ที่ระดับ 1,500-1,600 จุด”

ขณะเดียวกัน ในส่วนของบริษัทจดทะเบียนนั้น มองว่าจะมีการทยอยเพิ่มทุนมากขึ้นจนถึงปีหน้า เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียนไทยในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเท่าที่ควร ทำให้การระดมทุนในตลาดทุนมีประสิทธิภาพมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เริ่มเห็นบริษัทจดทะเบียนมีการเพิ่มทุนอย่างต่อเนื่อง และจำนวนมาก ส่งผลให้หลายบริษัทไม่มีการจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินภายในให้มีเสถียรภาพมากที่สุด

ขณะที่ในส่วนของการลงทุนในทองคำนั้น มองว่าในช่วงนี้ยังไม่มีความน่าสนใจมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐที่มีการผันผวนอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้นักลงทุนหันกลับไปถือครองทองคำในช่วงนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น