xs
xsm
sm
md
lg

“สมคิด-กอบศักดิ์” เห็นพ้องผลเลือกตั้ง ปธน.ฝรั่งเศสส่งผลดีต่อส่งออกไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“สมคิด-กอบศักดิ์” ประสานเสียงมองผลเลือกตั้ง ปธน.ฝรั่งเศสส่งผลดีต่อส่งออกไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งนายเอมมานูเอล มาครง อายุ 39 ปี จากพรรค “ออง มาร์ช !” (En Marche !) ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า สามารถช่วยลดความหวาดระแวง และความห่วงกังวลในสหภาพยุโรปลง แต่สำหรับผลต่อเศรษฐกิจไทยนั้น หลักๆ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศ และเศรษฐกิจเอเชีย เพราะขณะนี้การเติบโตของโลกขณะนี้มีเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุด

“ตอนนี้สำคัญที่สุด คือ เอเชีย แต่ถ้ายุโรปแข็งแรงขึ้นก็ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และการค้าโลก ซึ่งจะส่งผลถึงการส่งออกของไทยด้วย” นายสมคิด กล่าว

ด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ข่าวการเลือกตั้งของฝรั่งเศสถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย เพราะที่ผ่านมา มีความกังวลว่า การเลือกตั้งจะพลิกผัน จะทำให้ตลาดการเงินโลกผันผวน และการที่นายมาครง ชนะการเลือกตั้ง มีผลดีอย่างมากต่อประเทศไทยในเรื่องของสหภาพยุโรปจะมีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าเดิม มรสุมที่เกิดขึ้นในยุโรปคลี่คลายลงแล้วกลายเป็นฟ้าใสอีกรอบ การค้าการขายการติดต่อธุรกิจกับยุโรปในช่วงหลังจากนี้น่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

“ยุโรป แกนหลัก คือ ฝรั่งเศส และเยอรมนี แต่เยอรมนีคงไม่ออกจากยุโรป ฝรั่งเศสก็คงไม่คิดจะออกอีกหลายปี และทำให้ปัญหา Brexit คลี่คลายลงไปเยอะ ซึ่งถ้าประเทศใหญ่ๆ ยังอยู่ ประเทศเล็กๆ ที่เหลือก็คงไม่อยากออกไป แม้ว่าจะมีบางประเทศอยากจะทำตามประเทศอังกฤษ แต่มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ต้องมีการเตรียมการกระบวนการเรื่องออกเสียงประชามติว่าจะอยู่หรือจะไปจากยุโรป ต้องมีการเตรียมหลายปี ต้องมีการหาเสียง ต้องชักชวนประชาชน....สหภาพยุโรป เห็นความจริงว่า ถ้าทำตัวไม่ดีอาจจะมีคนหย่าร้างจากเราได้ ซึ่งมีนัยสำคัญมาก เนื่องจากรัฐบาลกลางยุโรปที่บรัสเซลส์ กำหนดนโยบายกำหนดกฎหมาย และบังคับขู่เข็ญให้ประเทศสมาชิกทำตามโดยไม่สนใจว่าจะเป็นภาระต่อประเทศสมาชิกหรือไม่ พออังกฤษออกไป รัฐบาลกลางยุโรปเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ถ้าทำไม่ดีอาจจะมีคนหนีคนที่ 2 คนที่ 3 ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลกลางยุโรปจะทำตัวดีขึ้นจากเดิมเยอะเลย พยายามเอาใจประเทศเล็กประเทศน้อย ไม่ลุแก่อำนาจเหมือนเมื่อก่อน ออกกฎหมายเป็นพันฉบับให้ประเทศสมาชิกทำตาม”

สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงหลังจากนี้ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีทิศทางดีขึ้น ดูอย่างสหรัฐอเมริกาที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการการฟื้นตัวแล้ว การว่างงานต่ำเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ 4.4% จีนเองก็ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ญี่ปุ่น กับยุโรปอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักนิดนึง แต่คิดว่าโดยรวมไม่น่าจะเกิดวิกฤตอะไรขึ้นอีกในโลก เศรษฐกิจโลกน่าจะพ้นจุดต่ำสุด น่าจะเป็นช่วงค่อยๆ ฟื้นตัว แต่บังเอิญมันค่อยๆ ฟื้น คนก็รอดูว่า เมื่อไหร่จะคึกคัก แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีวิกฤตอะไรเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก

“คิดง่ายๆ เราไม่เคยเห็นส่งออกไทยโต 9% ติดต่อกัน 3-4 เดือนมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะฉะนั้น การที่ส่งออกโตได้ 9% ติดต่อกัน 3-4 เดือน มันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง แล้วพอไปดูรายละเอียดตัวเลขพบว่า สินค้าหลากหลายชนิดโตดี ไม่ได้ดีเฉพาะหมวดใดหมวดหนึ่ง แต่ดีทุกหมวด ขณะเดียวกัน เกือบทุกประเทศก็ขยายตัวดี ยกเว้นตะวันออกกลางที่มีปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งสะท้อนว่า การฟื้นตัวของการส่งออกรอบนี้เป็นการฟื้นตัวอย่างทั่วถึง โตเฉลี่ยๆ กันไป 8..9...10% นี่คือ สัญญาณที่ดีของการฟื้นตัว”

ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกทั้งปี 5% น่าจะเป็นไปได้ ส่วนจีดีพีที่ 3.5-4% เป็นเป้าหมายที่เหมาะสม เดี๋ยวรอกลางปีผ่านไป ค่อยกลับมาทบทวนเป้าหมายการเจริญเติบโตอีกที

“ถ้าดูอย่างนี้ผมสบายใจ เพราะหมายความว่า เครื่องยนต์การส่งออกจะมาช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ จากที่ไม่เคยช่วยมาหลายปี ซึ่งตอนนี้ก็จะมีทั้งการส่งออก การบริโภคภาครัฐ การบริโภคของเอกชนก็ค่อยๆ ขยับตัวดีขึ้น หมายความว่าเศรษฐกิจไทยที่จะขยายตัว 3.5-4% มีความเป็นไปได้สูง”

ส่วนค่าเงินบาท ต้องทำใจ เพราะเป็นปัญหาจากการเก็งกำไรค่าเงินดอลลาร์สหรัฐว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมากน้อยแค่ไหน แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาดีลักษณะนี้ แล้วตัวโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มขับเคลื่อนนโยบายผ่านรัฐสภาได้ อย่างเช่น อเมริกันเฮลท์แคร์ แม้จะผ่านสภาแบบฉิวเฉียดก็ตาม ซึ่งความสามารถในการผ่านกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ แปลว่า สิ่งที่คนรอทั้งเรื่องภาษี เรื่องของโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอาจจะมา ซึ่งถ้ามาบวกเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว การจ้างแรงงานที่ตึงตัว การขึ้นดอกเบี้ยอาจจะขึ้นได้เร็วกว่าที่คาด จากที่คาดว่าจะขึ้น 3 ครั้งในปีนี้ ก็อาจจะขึ้น 4 ครั้ง คือ ทุก 3 เดือน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ตลาดค่าเงินก็จะปรับตัวดอลลาร์สหรัฐก็จะแข็งอีกรอบ เงินบาทก็จะอ่อนตัว

“เงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้เป็นแค่ชั่วคราว เดี๋ยวถ้าเฟด ขึ้นดอกเบี้ยถี่กว่าที่คิด ดอลลาร์สหรัฐก็จะแข็ง และเงินบาทก็จะอ่อนค่าในช่วงปลายปี โดยคาดว่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าไปที่ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...