xs
xsm
sm
md
lg

KBANK รุกปล่อยกู้ทำแฟรนไชส์สนองเทรนด์คนรุ่นใหม่ทำธุรกิจส่วนตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ธนาคารกสิกรไทย จับมือบางจากปล่อยกู้แฟรนไชส์ร้านกาแฟอินทนิล วงเงิน 70% บสย. ค้ำวงเงินไม่เกิน 5 ล้าน ไม่ใช้มีหลักประกัน-สเตทเมนต์ คาดทั้งปีปล่อยกู้ได้ 80 ล้าน ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอี รวมไตรมาสแรกโต 1% คุมเอ็นพีแอล ไม่เกิน 5.3% เน้นดูแลก่อน

นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับบริษัทบางจากรีเทล จำกัด ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟอินทนิล ในวงเงิน 70% ของมูลค่าลงทุน ผ่อนชำระนาน 5 ปี โดย บสย.พร้อมรับประกันสินเชื่อวงเงิน 5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องมีสเตทเมนต์ ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ แต่ใช้การค้ำประกันจาก บสย. ซึ่งธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อแฟรนไชส์ร้านกาแฟอินทนิล ไว้ 80 ล้านบาท ในสิ้นปีนี้

“เรามองธุรกิจแฟรนไชส์น่าจะยังขยายตัวได้ดีอยู่จากวิถีของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำธุรกิจของตัวเองมากขึ้น ประกอบกับหากคัดสรรผู้ขายแฟรนไชส์ที่มีระบบการบริหารจัดการ และนวัตกรรมที่ดี ก็จะทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา เอ็นพีแอลของสินเชื่อแฟรนไชส์อยู่ในระดับแค่ 0.2% เท่านั้น”

สำหรับมูลค่าตลาดรวมของธุรกิจแฟรนไชส์ในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 250,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% ของตลาดธุรกิจค้าปลีกทั้งหมด ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ที่ 2,220 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 15%

ด้านสินเชื่อเอสเอ็มอีรวมของธนาคารในไตรมาสแรกขยายตัวได้ประมาณ 1% จากสิ้นปีก่อนที่มียอดคงค้าง 6.6 แสนล้านบาท ซึ่งก็สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ขณะที่เป้าหมายสินเชื่อทั้งปีที่ 4-6%

ส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่อเอสเอ็มอีรวมนั้น อยู่ที่ 5.1% ซึ่งธนาคารยังไม่เห็นสัญญาณการเพิ่มขึ้นอย่างมีสำคัญ เนื่องจากธนาคารได้มีการติดตามดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก่อนที่จะเป็นเอ็นพีแอล โดยทั้งปี คาดว่าจะบริหารจัดการให้อยู่ในระดับไม่เกิน 5.3%

“เราเข้าใจว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องได้ ธนาคารก็จะเข้าไปดูแลพร้อมด้วยโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การยืดระยะเวลาชำระหนี้ หรือให้วงเงินเสริมสภาพคล่องทำให้ผู้ประกอบการไม่แย่ลงจนต้องเป็นเอ็นพีแอล”
กำลังโหลดความคิดเห็น...