xs
xsm
sm
md
lg

บล.เอเชีย เวลท์ แนะติดตามการเจรจาของผู้นำจีนและสหรัฐฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บล.เอเชีย เวลท์ แนะนักลงทุนติดตามการเจรจาของผู้นำจีน และสหรัฐฯ โดยเฉพาะเรื่องมาตรการการปกป้องทางการค้า ด้านเศรษฐกิจปลายปี คาดว่าฟื้นตัวชัดเจน แนะช่วงนี้เหมาะกับการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า คาดว่าตลาดหุ้นสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตาม คือ การประชุมสุดยอดของผู้นำสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนาย สี เจี้ยน ผิง ประธานาธิบดีจีน ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 6-7 เมษายน ซึ่งจะชี้อนาคตของโลก ประเด็นการหารือน่าจะประกอบไปด้วย เรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ต่อจีน และผลกระทบต่อการว่าจ้างงานของสหรัฐฯ ไปจนถึงเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศในทะเลจีนใต้ จะเป็นศัตรู หรือเป็นคู่ค้าโดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ได้ออกคำสั่งทางการบริหาร (Executive order) ให้มีการศึกษาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการที่จะมาแก้ไข

ขณะที่ในสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันนักขัตฤกษ์ 1 วัน เนื่องจากวันจักรี (6 เม.ย.) ขณะที่ตลาดหุ้นจีน และไต้หวันปิดวันจันทร์ และอังคาร (3-4 เม.ย.) เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง ส่วนตลาดฮ่องกงจะปิดวันอังคารวันเดียว (4 เม.ย.) ทำให้ปริมาณการซื้อขายจากต่างประเทศลดลงไป คาดนักลงทุนในประเทศจะซื้อขายไม่มากเช่นกันก่อนสงกรานต์ ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากตลาดเข้าสู่ฤดูจ่ายเงินปันผลทำให้คาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ที่ 1,568-1,583 จุด

นอกจากนี้ ปัจจัยต่างประเทศในประเด็นหลักยังคงอยู่ที่การเลือกตั้งรอบแรกในฝรั่งเศส วันที่ 23 เม.ย. ซึ่งหากว่า นาง มารีน เลอ แปง มีคะแนนนำ จะกดดันหุ้นยุโรป อาจเป็นผลบวกต่อหุ้นเอเซีย รวมทั้งไทย ส่วนกระบวนการ Brexit ของอังกฤษ เริ่มต้นแล้วเมื่อ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี แม้ตลาดหุ้นจะมีปัจจัยเชิงลบในตลาดต่างประเทศ แต่ในด้านเศรษฐกิจยังเติบโตได้ดีทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ด้านปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ของไทย ปี 60 ขึ้นเป็น 3.4% จากเดิม 3.2% และเริ่มคาดการณ์ปี 61 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.6% ซึ่งเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้น

“ในสภาวะที่ตลาดหุ้นไตรมาส 2 เคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัว แต่ บล.เอเชีย เวลท์ มองว่า ในช่วงปลายปี และปีถัดไป คาดว่า เศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) จะขึ้นดอกเบี้ย ในปีนี้อีกอย่างน้อย 2 ครั้ง เศรษฐกิจญี่ปุ่น และจีนก็เติบโตได้ดี ดังนั้น ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะเหมาะในการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ”

ขณะที่ Trading Idea ของ บล.เอเชีย เวลท์ สัปดาห์นี้แนะนำลงทุนในหุ้นของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยคาดว่ากำไรของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 40% เป็น 3,600 ล้านบาทในปีนี้ และเพิ่มอีก 21.2% เป็น 4,400 ล้านบาทในปี 2561 โดย บล.เอเชีย เวลท์ ให้ราคาเป้าหมายที่ 10.10 บาท

“BEM ได้ถูกปลดล็อกความไม่ชัดเจนสำหรับธุรกิจรถไฟฟ้าใต้ดิน หลังจากที่ลงนามในสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับ BEM เป็นที่เรียบร้อย ณ 31 มี.ค.60 โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี สิ้นสุดในปี พ.ศ.2593 ทั้งสายเดิม และส่วนต่อขยายใหม่ โดยกำไรของ BEM ในปีนี้น่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากรับรู้รายได้เต็มปีจากรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง คลองบางไผ่-เตาปูน ซึ่งเดินรถไปเมื่อวันที่ 6 ส.ค.59 และ BEM ได้รับค่าจ้างการบริหารจัดการคงที่ในรูปแบบ PPP Gross Cost ไม่ขึ้นกับจำนวนผู้ใช้บริการ”

ขณะที่ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก กาญจนาภิเษก-จตุจักร ที่เปิดใช้ 22 ส.ค.59 โดยรายได้ BEM ในปีที่ผ่านมา เกิดจากรายได้ทางด่วน 70% จากธุรกิจรถไฟฟ้า 25% และ 5% จากการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ประเภท ค่าเช่า และค่าใช้พื้นที่โฆษณา นอกจากนี้ BEM ยังมีโอกาสที่จะชนะการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และทางด่วนอีก 2-3 เส้นทาง ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560 โดยมีระยะทางรวม 26.5 กม. และการลงทุนประมาณ 42,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ BEM มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 7.20 บาท มีแนวต้านที่ 7.65, 7.70 และ 7.80 บาท และแนวรับที่ 7.55, 7.45 และ 7.40 บาท