นักบริหารเงินจากธนาคารพาณิชย์ ระบุ ค่าเงินบาทวันนี้ ปิดตลาดที่ระดับ 34.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงเปิดตลาดที่ 34.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยค่าเงินบาทแข็งขึ้นหลังจากแรงเทขายทำกำไรหลังจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามาต่อเนื่อง โดยคาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.55-34.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีความเห็นต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มแข็งค่าและเคลื่อนไหวในกรอบ34.55-34.85บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดที่34.86บาทต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้วโดยเริ่มต้นสัปดาห์เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 5 เดือน ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไรดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาด และกระแสเงินทุนไร้ทิศทางชัดเจน โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 4.0พันล้านบาท แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3.7พันล้านบาทดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย Fed Funds 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% และคงประมาณการว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2ครั้งในปีนี้ส่วนผลการประชุมผู้นำด้านการเงินของกลุ่ม G-20 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่มีน้ำหนักพอที่จะชี้นำตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในระยะนี้
ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม หลังจากถ้อยแถลงของนางเยลเลนในสัปดาห์ก่อน สะท้อนความระมัดระวังอย่างมากในการสื่อสารกับตลาด ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ของเฟดที่ไม่ต้องการสร้างความตื่นตระหนก อีกทั้งเพื่อลดแรงกดดันด้านขาขึ้นของค่าเงินดอลลาร์และความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะการเงินตึงตัว ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ยังคาดว่าทางการอาจเข้าดูแลตลาดเป็นระยะเพื่อลดความผันผวนจากการดิ่งลงอย่างรวดเร็วของดอลลาร์เทียบกับเงินบาท กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์น่าจะเป็นการปรับฐานชั่วคราวและบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังต้องเผชิญปัจจัยต่างๆ เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ตลาดน่าจะผันผวนมากขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเป็นเอกภาพของยุโรปและเสถียรภาพของเงินยูโร


