xs
xsm
sm
md
lg

เปิดตัว “KTBST Islamic Wealth Management”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ดร.วิน เดินทัพลงทุนปี 2560 เปิดตัว “KTBST Islamic Wealth Management” เน้นบริการผู้ลงทุนชาวไทยมุสลิม ลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม (ฮาลาล) ให้คำปรึกษาวางแผนทางการเงิน เล็งขยายฐานลูกค้าให้ความรู้ด้านการลงทุนทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวบริการ “KTBST SMART ALGO” ลงทุนอัตโนมัติสร้างผลตอบแทนตามกลยุทธ์ลงทุนที่เหมาะกับตนเอง

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บล. KTBST ได้ขยายขอบเขตการให้บริการการเงินส่วนบุคคลที่ปรึกษาการเงิน หรือ Wealth Management ควบคู่ไปกับการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจรตลอดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 ที่ผ่านมา จนมีลูกค้านักลงทุนให้ความสนใจจำนวนมาก และส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การดูแลของ Wealth Management มีมากกว่า 30,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริการหนึ่งซึ่งถือเป็นธุรกิจที่เฉพาะ คือ “KTBST-Islamic Wealth Management Service” แห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นช่องทางรองรับนักลงทุนมุสลิม และสถาบันการเงินอิสลามที่ต้องการลงทุนให้ถูกหลักตามหลักชะรีอะฮ์ ซึ่งทางบริษัทมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมให้พี่น้องชาวมุสลิมมีโอกาสได้ลงทุนในตลาดทุนไทยถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม

โดยที่ผ่านมา Islamic Wealth Management ได้เดินหน้าจัดกิจกรรมให้ความรู้กับนักลงทุนมุสลิมอย่างต่อเนื่องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชะรีอะฮ์ขึ้นมา ทำหน้าที่กำกับดูแลให้ผลิตภัณฑ์ และบริการเป็นไปตามหลักชะรีอะฮ์ และพิจารณาคัดเลือกหุ้นที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม (ฮาลาล) ร่วมกับทีมการลงทุนที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ลงทุน จึงส่งผลให้ KTBST Islamic Wealth Management Service เป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง มีนักลงทุนชาวมุสลิม และไทยมาเปิดบัญชีใหม่จำนวนมาก ซึ่งเป็นไปเป้าหมาย และความตั้งใจของ บล. KTBST ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ ประกอบด้วย บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Equity Account) บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อัตโนมัติ (Islamic Smart Algo) กองทุนส่วนบุคคลตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Private Fund) การลงทุนในตราสารศุกูกในต่างประเทศ (Sukuk) และการแนะนำการลงทุนกองทุนรวมอิสลามิก LTF-RMF สำหรับลดหย่อนภาษีเงินได้
 
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การเปิดบริการ Islamic Wealth Management ของ บล. KTBST ในครั้งนี้ มีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนชาวมุสลิมด้วยการเสนอบริการที่น่าจะตรงกับความต้องการ และช่วยสร้างความมั่นใจแก่กลุ่มลูกค้าดังกล่าวในการบริหารจัดการเงินออม และลงทุนเพื่อสามารถสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้ตามหลักเกณฑ์ของศาสนาอิสลาม

ปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการร่วมมือกับ FTSE Russell ผู้นำด้านการให้บริการด้านดัชนีในต่างประเทศในการจัดทำดัชนี FTSE SET Shariah นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ที่สภาพคล่องสม่ำเสมอ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ชะรีอะฮ์ ซึ่งพิจารณาคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลามจาก Yasaar Limited บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม ดังนั้น นักลงทุนชาวมุสลิม จึงสามารถใช้ดัชนี FTSE SET Shariah เป็น Benchmark สำหรับการลงทุนในตลาดทุนไทย และสถาบันการเงินยังสามารถนำดัชนีไปใช้ในการออกผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนอื่น เช่น กองทุนรวม กองทุน ETF และ Index Linked Products เป็นต้น เพื่อเสนอเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับลูกค้าของตน ทั้งนี้ ณ ธันวาคม 2559 ดัชนี FTSE SET Shariah มีหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบรวมทั้งสิ้น 111 หลักทรัพย์ มีมูลค่ารวมตามราคาตลาดประมาณ 5.2 ล้านล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ตลาดทุนไทยมีบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากที่ประกอบธุรกิจสอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม และกระจายอยู่ในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้แก่ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มบริการ กลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น

นายอรุณ บุญชม ประธานกรรมการ คณะกรรมการชะรีอะฮ์ กล่าวถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการชะรีอะฮ์ว่า สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะกรรมการชะรีอะฮ์ได้มีการพิจารณาคัดเลือกหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ของประเทศมาเลเซีย และตามหลักเกณฑ์ของประเทศตะวันออกกลาง จึงช่วยขยายขอบเขตการลงทุนในหุ้นได้กว้างขวางขึ้น โดยหากพิจารณาตามเกณฑ์ของประเทศมาเลเซีย พบว่า มีบริษัทจดทะเบียนที่สามารถลงทุนได้ตามหลักชะรีอะฮ์ได้มากกว่า 500 บริษัท และหากพิจารณาตามเกณฑ์ของตะวันออกกลางจะมีบริษัทจดทะเบียนที่สามารถลงทุนได้ตามหลักชะรีอะฮ์ได้มากกว่า 100 บริษัท นับเป็นตัวเลือกในการพิจารณาคัดเลือก “หุ้นฮาลาล” สำหรับประชาชนมุสลิม และสถาบันการเงินอิสลามให้สามารถเข้าไปลงทุนในหุ้นได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการชะรีอะฮ์มีการจัดประชุมเป็นประจำทุกเดือน หากบริษัทจดทะเบียนใดมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของการดำเนินธุรกิจหลัก บริษัทลูก หรือบริษัทร่วมทุนมีสัดส่วนรายได้ต้องห้าม หรือรายได้ดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางชะรีอะฮ์ ก็จะพิจารณานำออกจากกลุ่มหุ้นฮาลาล และในทางตรงข้าม หากบริษัทจดทะเบียนใดมีการปรับเปลี่ยนให้ธุรกิจหลักของกิจการ รายได้ หรือกำไรเข้ามาอยู่ในหลักเกณฑ์ชะรีอะฮ์ก็จะถูกนำกลับเข้ามาพิจารณาให้อยู่ในกลุ่มหุ้นฮาลาลได้เช่นกัน

นายอิสเรศ มะหะหมัด ผู้อำนวยการฝ่าย Islamic Wealth Management บล. KTBST เปิดเผยว่า การให้บริการนักลงทุนในช่วงประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ลงทุนมุสลิมให้ความสนใจ และเปิดบัญชีลงทุนตามหลักศาสนาอิสลามแล้วร่วม 300 กว่าบัญชี มียอดการซื้อขายหลักทรัพย์ประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่า ภายใน 3 ปี จะมีนักลงทุนมุสลิมเปิดบัญชีประมาณ 2,500 บัญชี ส่วนกองทุนส่วนบุคคลตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Private Fund) โดยมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังประมาณ 8% ต่อปีนั้น ได้รับความสนใจทั้งผู้ลงทุนรายย่อย และสถาบันการเงินอิสลาม เช่น บริษัทประกันชีวิตที่มีแบบประกันตะกาฟุล และสหกรณ์อิสลาม โดยเมื่อปลายปี 2559 KTBST Islamic Wealth Management ได้จับมือกับ บลจ.วรรณ ในการเปิดกองทุน ONE-SHARIAHLTF เป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาว และลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งนับเป็นทางเลือก LTF กองใหม่สำหรับนักลงทุนมุสลิม

นอกจากนี้ KTBST Islamic Wealth Management จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนมุสลิม และสถาบันการเงินอิสลามให้มากยิ่งขึ้น โดยล่าสุด ได้เปิดให้บริการบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อัตโนมัติ (Islamic Smart Algo) ตามหลักการวะกาละฮ์ (Wakalah) มีจุดเด่น คือ การคัดเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมของนักลงทุนที่สามารถเลือกลงทุนได้อย่างตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และยังมีการจัดการความเสี่ยงด้วยกลยุทธ์ลงทุนที่ทดสอบมาแล้ว ซึ่งช่วยให้นักลงทุนมั่นใจว่า สามารถลงทุนได้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม เป็นการลงทุนที่มีกฎหมายรองรับ และเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ระบบการเงินการลงทุนอิสลามสามารถเติบโต และเป็นที่รับรู้มากขึ้นในอนาคตต่อไป

นายชาตรี โรจนอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) เปิดเผยว่า ตลาดทุนในปัจจุบันมีปัจจัยเข้ามากระทบหลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บล. KTBST จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่

“KTBST SMART ALGO” เป็นการลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์อัตโนมัติ หรือ Algorithm Trading ที่ใช้การตัดสินใจลงทุนตามกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ โดยได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาโปรแกรม Meta Trading 5 เพื่อนำเสนอการลงทุนในรูปแบบอัตโนมัติ มีจุดเด่น คือ การคัดเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมของนักลงทุนที่สามารถเลือกลงทุนได้อย่างตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และยังมีการจัดการความเสี่ยงด้วยกลยุทธ์ลงทุนที่ทดสอบมาแล้ว โดยกลยุทธ์การลงทุนเบื้องต้นลูกค้าสามารถเลือกได้ 3 กลยุทธ์ แต่ในอนาคตจะมีกลยุทธ์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบยังควบคุมความเสี่ยงของพอร์ต และ Transaction Control เพื่อให้การซื้อขายถูกต้องมากฎของ ก.ล.ต.

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของ KTBST-ISLAMIC SMART ALGO ได้แก่

1.HIT N’ RUN: ลงทุนตามแนวโน้ม (Trend Following) ในหุ้นกลุ่ม SET100 ที่มีปริมาณการซื้อขายย้อนหลัง 10 วัน มากกว่า 50 ล้านบาท และจะให้น้ำหนักการลงทุนต่อหุ้นไม่เกิน 14% ของเงินลงทุน

2.Bright Infinite: ลงทุนโดยเครื่องมือทางเทคนิคในหุ้นที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น หรือหุ้น Turn around และปรับสถานะการลงทุนเมื่อแนวโน้มเปลี่ยนแปลง โดยขายหุ้นออกหากแนวโน้มสิ้นสุดลง ทั้งนี้จะเลือกลงทุนทั้งหุ้นใน SET และ mai

“KTBST SMART ALGO เป็นเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะกับเศรษฐกิจไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เป็นทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนที่ดี และป้องกันความเสี่ยง จากการทดสอบข้อมูลย้อนหลังสามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดหุ้น จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาในการบริหารพอร์ตการลงทุนด้วยตนเอง”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นลงทุนที่ 1 ล้านบาท โดยบริษัทจะเริ่มเปิดให้บริการสำหรับการลงทุนในหุ้นไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป และในอนาคตจะเริ่มขยายไปสู่การลงทุนหุ้นต่างประเทศ