ASTVผู้จัดการรายวัน – “พฤกษา” ล้มแชมป์เก่าแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ฟุ้งทำสถิติยอดขายสูงสุดในธุรกิจอสังหาฯ 10 เดือนครึ่งกวาด 21,000 ล้านบาท คาดอีกเดือนครึ่งเกิน 22,700 ล้านบาทที่แลนด์ฯเคยทำได้ในปี 48 อย่างแน่นอน ด้านอนันต์ อัศวโภคิน เศรษฐีรวยหุ้น ระบุเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น สถานการณ์ที่ดีขึ้นเพราะฐานต่ำ
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่พฤกษาได้เปลี่ยนรูปแบบการาทำธุรกิจ ด้วยการกระจายการพัฒนาสินค้าไปในทุกประเภท ทุกทำเลมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้ของบริษัททำสถิติสูงสุดที่บริษัทเคยทำมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดขาย ณ ปัจจุบัน (10 เดือนครึ่ง) ทำได้แล้ว 21,000 ล้านบาท คาดเวลาที่เหลือของปีนี้อีก 1 เดือนครึ่ง จะมียอดขายสูงทำลายสถิติของอุตฯอสังหาฯที่บริษัท แลนด์ แอน เฮ้าส์ ได้เคยทำไว้ในปี 2548 จำนวน 22,700 ล้านบาท
“ สิ่งที่ทำให้พฤกษามั่นใจว่า จะสามารถทำลายสถิติยอดขายสูงสุด หรือต้องมียอดขายเพิ่มอีกเพียง 1,700 ล้านบาทภายในเวลาที่อีก 1 เดือนครึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ในแนวราบอีก 5-7 โครงการ มูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกมาก รวมถึงความสำเร็จจากโครงการ เดอะ ซีด เมมโมรี่ สยาม มูลค่า 1,500 ล้านบาท ที่สามารถปิดการขายภายใน 1 สัปดาห์ช่วงเปิดพรีเซลล์”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นดี และในช่วงที่เหลือของปีจะเกิดภาวะความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการขายของบริษัท เพราะเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่มีปัญหาการเมืองขั้นรุนแรงพฤกษายังมาสามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดของบริษัทจำนวน 4,000 ล้านบาทในไตรมาสแรก ดังนั้น ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลขายของตลาดอสังหาฯอยู่แล้วจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2553 ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผน แต่คาดว่าจะต้องเปิดโครงการใหม่ไม่น้อยกว่า 48 โครงการ มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ทั้งในไทยและต่างประเทศ และยังคงเน้นธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญที่สุด ส่วนการขยายธุรกิจใหม่อื่นๆ เช่น อสังหาฯให้เช่า หรือสร้างรายได้ระยะยาวนั้นขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการแต่อย่างใด
’อนันต์’ยันเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น
ด้านนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้เชื่อว่า ยังไม่ฟื้นตัวและแนวโน้มก็ยังไม่ฟื้นตัวเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มีความมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน แม้ว่าหลายบริษัทจะมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ยอดขายที่ดีขึ้นดังกล่าวมาจากฐานรายได้ที่ต่ำมากของช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งเทียบไม่ได้กับช่วงที่ดีที่สุด
สำหรับ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เคยทำยอดขายได้สูงสุดถึง 22,700 ล้านบาท ในปี 2548 ในปี 2551 ที่ผ่านมามียอดขายประมาณ 18,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 10% หรือมียอดขาย 20,000 ล้านบาท
รุกค้าปลีกเปิด”เทอร์มินัล 21”
ล่าสุด นายอนันต์ อัศวโภคิน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (บริษัทในเครือ แลนด์ฯ) กล่าวว่า บริษัทฯได้เช่าที่ดินบริเวณแยกอโศก หรือสุขุมวิท 21 ประมาณ 9 ไร่ ติดศูนย์การค้าโรบินสันเป็นโชว์รูมรถยนต์เก่า เป็นระยะเวลา 30 ปีเพื่อพัฒนาโครงการค้าปลีก และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ภายใต้ชื่อโครงการ เทอร์นินัล 21 (Terminal 21) มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท
โครงการดังกล่าว มีพื้นที่รวมทั้งหมด 145,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) จำนวน 29 ชั้น รวมชั้นใต้ดินแบ่งเป็นพื้นที่ค้าปลีก 9 ชั้นเนื้อที่ 40,000 ตร.ม. และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ จำนวน 20 ชั้น คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 3 ของปี 2554 สำหรับพื้นที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีจำนวน 20 ชั้น จำนวน 400 ยูนิต พื้นที่รวม 35,000 ตร.ม.ค่าเช่า 1,500 บาท/ตร.ม./เดือน หรือสร้างรายได้ปีละ 600 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ บริษัทยังยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเพื่อให้บริการได้ครอบคลุม และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณต้นปี 2555
ส่วนพื้นที่ค้าปลีกของเทอร์นินัล 21 ทางบริษัทได้มอบหมายให้บริษัทสยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ร่วมพัฒนาและบริหารศูนย์การค้า ภายใต้แนวคิดการเดินทางไปสู่ต่างประเทศ ในแต่ละชั้นจะออกแบบให้เป็นธีมของถนนแห่งการชอปปิ้งดังของโลก เริ่มต้นด้วย ชั้นใต้ดินเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นธีม แคริบเบียน เพราะมีชื่อเสียงในเรื่องอาหาร การกิน ชั้น1 เป็นชั้นสินค้าเสื้อผ้า แฟชั่น จะอยู่ภายใต้ธีม ปารีส และโรม ชั้น 2 จะเป็นสินค้าแฟชั่น ตกแต่งภายใต้ธีม โตเกียว ชั้น 3 เป็นธีม ลอนดอน ชั้น 4 เป็นธีม อิสตันบูล เน้นความตื่นเต้น มีสีสัน ชั้น 5 เป็นธีมซานฟรานซิสโก
สำหรับชั้น 6 จะเป็นชั้นโรงภาพยนตร์ บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ซึ่งจะออกแบบให้เป็นธีมของฮอลลีวู้ด ลอส แองเจริส โดยมีด้พันธมิตรกลุ่มเอส เอฟ ซีนีม่าเป็นผู้บริหารส่วนของโรงภาพยนตร์ โดยให้ระยะยาว ส่วนร้านค้าอื่นๆจะให้เช่าปกติ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ สามรถปรับปรุงหรือแปลงแปลงศูนย์ได้ง่าย
ด้านนายประเสิรฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด กล่าวต่อว่า การที่เทอร์มินัล 21 มีทำเลติดรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการ อยู่ใกล้กับอาคารสำนักงานต่างๆ ที่มีสำนักงานอยู่กว่า 800 บริษัท สถานศึกษากว่า 80 แห่ง และโรงแรมกว่า 100 แห่ง จึงมั่นใจว่าจะมีผู้เข้ามาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 80,000 คนต่อวัน ส่วนอัตราค่าเช่าจะเริ่มต้นที่ 40,000 บาทต่อเดือนต่อ 1 ยูนิตค้าปลีก (พื้นที่ประมาณ 10 ตร.ม./ร้าน) สัญญา 1-6 ปี และคาดว่าจะทำรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาทต่อปี ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 10 ปี
อนึ่งบริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นบริษัทที่กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ถือหุ้นอยู่ 60% และกลุ่มกองทุนจีไอซี (GIC) จากรัฐบาลสิงคโปร์ ถือหุ้นอยู่ 40% ซึ่งกลุ่มจีไอซี (GIC) เป็นกลุ่มที่ถือหุ้นอยู่ในแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ด้วยเช่นกัน ขณะที่บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด มีนางเพียงใจ อัศวโภคิน ถือหุ้นอยู่ 40% กลุ่มเซ็นทรัล 30% และกลุ่มโรบินสัน 30% ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์.
ด้านนายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 10 เดือนเศษของปี52 สามารถทำยอดขายได้ 11,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 58% บ้านจัดสรร 42% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าเป้าการขายที่ตั้งไว้ทั้งปี คิดเป็น 17% หรือมากกว่ายอดขายทั้งปี 51 คิดเป็น 30% โดยคาดว่า ทั้งปี52 บริษัทฯ น่าจะสามารถทำยอดขายรวมได้ ประมาณ 13,000 ล้านบาท เนื่องจาก 2 โครงการคอนโดมิเนียมทั้ง “ศุภาลัย ปาร์ค อโศก-รัชดา” และ “ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน" ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพียง 1 สัปดาห์ สามารถทำยอดขายได้สูงถึงเกือบ 3,000 ล้านบาทแล้ว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่พฤกษาได้เปลี่ยนรูปแบบการาทำธุรกิจ ด้วยการกระจายการพัฒนาสินค้าไปในทุกประเภท ทุกทำเลมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้ของบริษัททำสถิติสูงสุดที่บริษัทเคยทำมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดขาย ณ ปัจจุบัน (10 เดือนครึ่ง) ทำได้แล้ว 21,000 ล้านบาท คาดเวลาที่เหลือของปีนี้อีก 1 เดือนครึ่ง จะมียอดขายสูงทำลายสถิติของอุตฯอสังหาฯที่บริษัท แลนด์ แอน เฮ้าส์ ได้เคยทำไว้ในปี 2548 จำนวน 22,700 ล้านบาท
“ สิ่งที่ทำให้พฤกษามั่นใจว่า จะสามารถทำลายสถิติยอดขายสูงสุด หรือต้องมียอดขายเพิ่มอีกเพียง 1,700 ล้านบาทภายในเวลาที่อีก 1 เดือนครึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ในแนวราบอีก 5-7 โครงการ มูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอีกมาก รวมถึงความสำเร็จจากโครงการ เดอะ ซีด เมมโมรี่ สยาม มูลค่า 1,500 ล้านบาท ที่สามารถปิดการขายภายใน 1 สัปดาห์ช่วงเปิดพรีเซลล์”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นดี และในช่วงที่เหลือของปีจะเกิดภาวะความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการขายของบริษัท เพราะเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่มีปัญหาการเมืองขั้นรุนแรงพฤกษายังมาสามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดของบริษัทจำนวน 4,000 ล้านบาทในไตรมาสแรก ดังนั้น ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลขายของตลาดอสังหาฯอยู่แล้วจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2553 ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผน แต่คาดว่าจะต้องเปิดโครงการใหม่ไม่น้อยกว่า 48 โครงการ มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท ทั้งในไทยและต่างประเทศ และยังคงเน้นธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญที่สุด ส่วนการขยายธุรกิจใหม่อื่นๆ เช่น อสังหาฯให้เช่า หรือสร้างรายได้ระยะยาวนั้นขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการแต่อย่างใด
’อนันต์’ยันเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น
ด้านนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้เชื่อว่า ยังไม่ฟื้นตัวและแนวโน้มก็ยังไม่ฟื้นตัวเช่นกัน ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มีความมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน แม้ว่าหลายบริษัทจะมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ยอดขายที่ดีขึ้นดังกล่าวมาจากฐานรายได้ที่ต่ำมากของช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งเทียบไม่ได้กับช่วงที่ดีที่สุด
สำหรับ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เคยทำยอดขายได้สูงสุดถึง 22,700 ล้านบาท ในปี 2548 ในปี 2551 ที่ผ่านมามียอดขายประมาณ 18,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 10% หรือมียอดขาย 20,000 ล้านบาท
รุกค้าปลีกเปิด”เทอร์มินัล 21”
ล่าสุด นายอนันต์ อัศวโภคิน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (บริษัทในเครือ แลนด์ฯ) กล่าวว่า บริษัทฯได้เช่าที่ดินบริเวณแยกอโศก หรือสุขุมวิท 21 ประมาณ 9 ไร่ ติดศูนย์การค้าโรบินสันเป็นโชว์รูมรถยนต์เก่า เป็นระยะเวลา 30 ปีเพื่อพัฒนาโครงการค้าปลีก และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ภายใต้ชื่อโครงการ เทอร์นินัล 21 (Terminal 21) มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท
โครงการดังกล่าว มีพื้นที่รวมทั้งหมด 145,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) จำนวน 29 ชั้น รวมชั้นใต้ดินแบ่งเป็นพื้นที่ค้าปลีก 9 ชั้นเนื้อที่ 40,000 ตร.ม. และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ จำนวน 20 ชั้น คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 3 ของปี 2554 สำหรับพื้นที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีจำนวน 20 ชั้น จำนวน 400 ยูนิต พื้นที่รวม 35,000 ตร.ม.ค่าเช่า 1,500 บาท/ตร.ม./เดือน หรือสร้างรายได้ปีละ 600 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ บริษัทยังยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเพื่อให้บริการได้ครอบคลุม และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณต้นปี 2555
ส่วนพื้นที่ค้าปลีกของเทอร์นินัล 21 ทางบริษัทได้มอบหมายให้บริษัทสยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ร่วมพัฒนาและบริหารศูนย์การค้า ภายใต้แนวคิดการเดินทางไปสู่ต่างประเทศ ในแต่ละชั้นจะออกแบบให้เป็นธีมของถนนแห่งการชอปปิ้งดังของโลก เริ่มต้นด้วย ชั้นใต้ดินเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต จะเป็นธีม แคริบเบียน เพราะมีชื่อเสียงในเรื่องอาหาร การกิน ชั้น1 เป็นชั้นสินค้าเสื้อผ้า แฟชั่น จะอยู่ภายใต้ธีม ปารีส และโรม ชั้น 2 จะเป็นสินค้าแฟชั่น ตกแต่งภายใต้ธีม โตเกียว ชั้น 3 เป็นธีม ลอนดอน ชั้น 4 เป็นธีม อิสตันบูล เน้นความตื่นเต้น มีสีสัน ชั้น 5 เป็นธีมซานฟรานซิสโก
สำหรับชั้น 6 จะเป็นชั้นโรงภาพยนตร์ บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ซึ่งจะออกแบบให้เป็นธีมของฮอลลีวู้ด ลอส แองเจริส โดยมีด้พันธมิตรกลุ่มเอส เอฟ ซีนีม่าเป็นผู้บริหารส่วนของโรงภาพยนตร์ โดยให้ระยะยาว ส่วนร้านค้าอื่นๆจะให้เช่าปกติ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ สามรถปรับปรุงหรือแปลงแปลงศูนย์ได้ง่าย
ด้านนายประเสิรฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด กล่าวต่อว่า การที่เทอร์มินัล 21 มีทำเลติดรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการ อยู่ใกล้กับอาคารสำนักงานต่างๆ ที่มีสำนักงานอยู่กว่า 800 บริษัท สถานศึกษากว่า 80 แห่ง และโรงแรมกว่า 100 แห่ง จึงมั่นใจว่าจะมีผู้เข้ามาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 80,000 คนต่อวัน ส่วนอัตราค่าเช่าจะเริ่มต้นที่ 40,000 บาทต่อเดือนต่อ 1 ยูนิตค้าปลีก (พื้นที่ประมาณ 10 ตร.ม./ร้าน) สัญญา 1-6 ปี และคาดว่าจะทำรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาทต่อปี ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 10 ปี
อนึ่งบริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นบริษัทที่กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ถือหุ้นอยู่ 60% และกลุ่มกองทุนจีไอซี (GIC) จากรัฐบาลสิงคโปร์ ถือหุ้นอยู่ 40% ซึ่งกลุ่มจีไอซี (GIC) เป็นกลุ่มที่ถือหุ้นอยู่ในแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ด้วยเช่นกัน ขณะที่บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด มีนางเพียงใจ อัศวโภคิน ถือหุ้นอยู่ 40% กลุ่มเซ็นทรัล 30% และกลุ่มโรบินสัน 30% ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์.
ด้านนายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 10 เดือนเศษของปี52 สามารถทำยอดขายได้ 11,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 58% บ้านจัดสรร 42% ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าเป้าการขายที่ตั้งไว้ทั้งปี คิดเป็น 17% หรือมากกว่ายอดขายทั้งปี 51 คิดเป็น 30% โดยคาดว่า ทั้งปี52 บริษัทฯ น่าจะสามารถทำยอดขายรวมได้ ประมาณ 13,000 ล้านบาท เนื่องจาก 2 โครงการคอนโดมิเนียมทั้ง “ศุภาลัย ปาร์ค อโศก-รัชดา” และ “ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน" ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพียง 1 สัปดาห์ สามารถทำยอดขายได้สูงถึงเกือบ 3,000 ล้านบาทแล้ว