xs
xsm
sm
md
lg

RATCHลงทุนโรงไฟฟ้าหงสามูล จ้างบ้านปูเพาเวอร์พัฒนาโครงการ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

RATCH ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าหงสา มูลค่าโครงการประมาณ 2,612 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมลงนาม JDA เพื่อว่าจ้าง บ้านปูเพาเวอร์ พัฒนาโครงการ มูลค่า 10-16 ล้านเหรียญสหรัฐ หวังกำลังผลิตเพิ่ม บริหารเงินสดและเพิ่มประสบการณ์ของบริษัทฯ ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน

นางดรุณี อภินรเศรษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการบัญชีและการเงิน บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (RATCH ) แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 11/2550 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2550 ว่าบอร์ดอนุมัติการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าหงสา โดยการเข้าลงนามใน Joint Development Agreement (JDA) กับบริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด (บ้านปูเพาเวอร์) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)(BANPU)

โดยโครงการโรงไฟฟ้าหงสา เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนซึ่งใช้ถ่านหินประเภทลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ที่ เมืองหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ห่างจากชายแดนห้วยโกร๋น จังหวัดน่าน 35 ก.ม. กำลังการผลิต 1,653 เมกะวัตต์ ซึ่ง ลักษณะของสัมปทาน Built-Operate-Transfer (BOT) กับรัฐบาล สปป.ลาว อายุสัมปทาน 25 ปี (ไม่รวมระยะเวลาก่อสร้าง 4.25 ปี)

สำหรับราคาซื้อขายไฟฟ้า อยู่ระหว่างการเจรจากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่าโครงการประมาณ 2,612 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.58 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อ 1 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นบริษัทไฟฟ้าคือ รัฐบาลลาว 20% บ้านปูเพาเวอร์ 40% RATCH 40% ขณะที่ โครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทเหมือง ประกอบด้วย รัฐบาลลาว 25% บ้านปูเพาเวอร์ 37.5% บริษัทฯ 37.5% ในกรณีที่มีนักลงทุนจากประเทศจีนถือหุ้น สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ในบริษัทโรงไฟฟ้าและบริษัทเหมืองจะลดลงเหลือ 30% และ 28.125% ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี รัฐบาล สปป.ลาว เลือก BANPU ให้เป็นผู้พัฒนาโครงการ และลงนามในข้อตกลง Head of Agreement (HOA) Financial Closing Date ซึ่งสาระสำคัญของ JDA นั้น บ้านปูเพาเวอร์ และ บริษัทฯ ตกลงจะร่วมกันพัฒนาโครงการให้สำเร็จตาม HOA เมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐบาลลาวให้บริษัทฯ เข้าร่วมด้วยได้ และ บริษัทฯ จะจ่ายค่า Joint Development Right ให้แก่ กลุ่มผู้พัฒนาโครงการ

บอร์ดอนุมัติการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันในการจ่ายค่า Joint Development Right ให้แก่ บ้านปูเพาเวอร์ ตาม JDA ซึ่งถือเป็นการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทจะเป็นผู้จ่ายชำระให้กับบริษัทย่อยของ BANPU คือ บริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด เป็นเงิน 10-16 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยผลประโยชน์จากการลงทุนในโครงการ จะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 661 เมกะวัตต์ จากสัดส่วน การถือหุ้นในเบื้องต้น 40% ทำให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 4,499 เมกะวัตต์ เป็น 5,160 เมกะวัตต์ เป็นการบริหารเงินสดที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเนื่องจากเป็นการนำ Excess Cash ที่บริษัทฯ มี อยู่มาลงทุนในโครงการที่ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น เพิ่มความหลากหลายในการลงทุนและเพิ่มประสบการณ์ของบริษัทฯ ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน