"มหากิจศิริ" ปรับโครงสร้างการถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจของตระกูลครั้งใหญ่ ล่าสุด "ประยุทธ" โอนหุ้น "ไทยฟิล์มฯ" ให้ลูกชาย "เฉลิมชัย" กว่า 274 ล้านหุ้น หรือเกือบ 44% มูลค่า 244 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ได้โอนหุ้น "ไทยน๊อคซ์ฯ" จำนวน 1.5 พันล้านหุ้น มูลค่าเฉียด 2 พันล้านบาท ขณะที่ "สุวิมล" โอนให้ลูกสาว "อุษณีย์" 88 ล้านหุ้น หรือ 12% มูลค่า 78 ล้านบาท ส่งผลให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งและสอง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานข้อมูลการได้มา/จำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2 , แบบ 256-2) ระบุว่า นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI ได้จำหน่ายหุ้นสามัญผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการซื้อขายในกระดานรายใหญ่ (BIG LOT) ให้แก่นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ จำนวนทั้งสิ้น 274.56 ล้านหุ้น หรือ 43.68% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคาเฉลี่ย 0.89 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 244.36 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ นางสุวิมล มหากิจศิริ รองประธานกรรมการ TFI ได้ทำรายการขายหุ้นผ่านกระดานรายใหญ่ (BIG LOT) ให้นางสาวอุษณีย์ มหากิจศิริ จำนวนทั้งสิ้น 88.61 ล้านหุ้น หรือ 12.48% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคาเฉลี่ย 0.89 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 78.86 ล้านบาท
ภายหลังการทำรายการดังกล่าว ส่งผลให้นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ TFI คือ ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 310.16 ล้านบาท หรือ 43.68% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด จากเดิมในวันที่ 2 เมษายน 2550 ซึ่งเป็นวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ถือหุ้นอยู่เพียง 5.01% ขณะที่นางสาวอุษณีย์ มหากิจศิริ กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสอง ถือหุ้นรวม 134.21 ล้านหุ้น คิดเป็น 18.9% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
ส่วนนายประยุทธ มหากิจศิริ และนางสุวิมล มหากิจศิริ ซึ่งเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TFI คงเหลือสัดส่วนการถือครองหุ้น 0.11 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.02% และ 5.34 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.75 % ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
อนึ่งก่อนหน้านี้ นายประยุทธ มหากิจศิริ ได้จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) หรือ INOX จำนวน 1,500 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ย 1.33 บาท รวมมูลค่าเป็นมูลค่าประมาณ 1,995 ล้านบาท ให้แก่นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซึ่งเป็นลูกชาย โดยให้เหตุผลว่า ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน จึงโอนหุ้นที่ถืออยู่ให้กับลูกชายเพื่อดูแลแทน ซึ่งคาดการณ์ว่าการที่นายประยุทธตัดสินใจโอนหุ้น TFI ให้นายเฉลิมชัยครั้งนี้ น่าจะเกิดมาจากสาเหตุเดียวกัน
ส่วนราคาหุ้น TFI วานนี้ (5 มิ.ย.50) ปิดที่ 0.90 บาท ลดลง 0.01 บาท หรือ 1.10% มูลค่าการซื้อขายรวม 6.03 แสนบาท
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานข้อมูลการได้มา/จำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2 , แบบ 256-2) ระบุว่า นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TFI ได้จำหน่ายหุ้นสามัญผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการซื้อขายในกระดานรายใหญ่ (BIG LOT) ให้แก่นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ จำนวนทั้งสิ้น 274.56 ล้านหุ้น หรือ 43.68% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคาเฉลี่ย 0.89 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 244.36 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ นางสุวิมล มหากิจศิริ รองประธานกรรมการ TFI ได้ทำรายการขายหุ้นผ่านกระดานรายใหญ่ (BIG LOT) ให้นางสาวอุษณีย์ มหากิจศิริ จำนวนทั้งสิ้น 88.61 ล้านหุ้น หรือ 12.48% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ในราคาเฉลี่ย 0.89 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 78.86 ล้านบาท
ภายหลังการทำรายการดังกล่าว ส่งผลให้นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ TFI คือ ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 310.16 ล้านบาท หรือ 43.68% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด จากเดิมในวันที่ 2 เมษายน 2550 ซึ่งเป็นวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ถือหุ้นอยู่เพียง 5.01% ขณะที่นางสาวอุษณีย์ มหากิจศิริ กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสอง ถือหุ้นรวม 134.21 ล้านหุ้น คิดเป็น 18.9% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
ส่วนนายประยุทธ มหากิจศิริ และนางสุวิมล มหากิจศิริ ซึ่งเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TFI คงเหลือสัดส่วนการถือครองหุ้น 0.11 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.02% และ 5.34 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.75 % ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
อนึ่งก่อนหน้านี้ นายประยุทธ มหากิจศิริ ได้จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส จำกัด (มหาชน) หรือ INOX จำนวน 1,500 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ย 1.33 บาท รวมมูลค่าเป็นมูลค่าประมาณ 1,995 ล้านบาท ให้แก่นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซึ่งเป็นลูกชาย โดยให้เหตุผลว่า ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน จึงโอนหุ้นที่ถืออยู่ให้กับลูกชายเพื่อดูแลแทน ซึ่งคาดการณ์ว่าการที่นายประยุทธตัดสินใจโอนหุ้น TFI ให้นายเฉลิมชัยครั้งนี้ น่าจะเกิดมาจากสาเหตุเดียวกัน
ส่วนราคาหุ้น TFI วานนี้ (5 มิ.ย.50) ปิดที่ 0.90 บาท ลดลง 0.01 บาท หรือ 1.10% มูลค่าการซื้อขายรวม 6.03 แสนบาท


