ข่าวลือมาแรงป่วนกระทรวงการคลัง “ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล” เตรียมยื่นใบลาออก เหตุสุดทนพัวพันคดีดังระดับชาติ ถูก คตส.ไล่บี้ คดีใหญ่ หวยบนดิน – เลี่ยงเก็บภาษีตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์ พร้อมปล่อยรายชื่อปลัดคนใหม่ “ศานิต ร่างน้อย” ชิงดำ “สถิต ลิ่มพงษ์พันธุ์”
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการพูดกันในหมู่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังว่า เร็วๆ นี้ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง จะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากต้องตกอยู่ในภาวะกดดันจากการถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ในหลายๆ เรื่อง อาทิ กรณีสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน ซึ่ง นายศุภรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน กรณีการชี้แจงว่าการซื้อขายหุ้น บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น ของตระกูลชินวัตร และดามาพงศ์
แหล่งข่าวยืนยันว่า ดูจากบุคลิกของนายศุภรัตน์ และแรงกดดันในกระทรวงแล้ว มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะผู้ที่พูดกันเป็นคนที่รู้ข้อมูลวงในเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากนายศุภรัตน์ ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังจริง ก็จะทำให้ตำแหน่งประธานคณะกรรมการต่างๆ หมดวาระลงไปด้วย ทั้งตำแหน่งประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประธานคณะกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้น
“ทั้งหมดนี้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามกฎหมายจัดตั้ง โดยหากจะลาออกเฉพาะตำแหน่งประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งอย่างเดียวคงทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายบังคับเอาไว้”
หาก นายศุภรัตน์ ลาออก ผู้ที่น่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน มีอยู่ 3 คน ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ได้แก่ นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร นายอุทิศ ธรรมวาทิน รองปลัดกระทรวงการคลัง และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เพราะมีอาวุโส และมีฝีมือ โดยเฉพาะ นายศานิต น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากมีบุคลิกที่ประนีประนอมและมีประวัติขาวสะอาดที่สุด ถึงแม้ว่าจะใกล้เกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าอาจจะมีการแต่งตั้งขัดตาทัพไปก่อนในช่วงของรัฐบาลชุดนี้
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา นายอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส.กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติสรุปสำนวนเสนอที่ประชุมใหญ่ คตส.เพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวน และแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประมาณ 30 กว่าคน และข้าราชการระดับสูงในระดับบอร์ดของกองสลากอีก 15-16 คน
ซึ่งคดีนี้มีมูลค่าที่ทำให้รัฐเกิดความเสียหายจากการนำเงินรายได้จากการขายสลากไปใช้จำนวนทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายจากคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์สำหรับการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนและด้อยโอกาส รวมกับโครงการต่างๆ อีกรวม 13,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาท ที่กองสลากจ่ายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ยังมีส่วนความเสียหายที่รัฐขาดรายได้จากการเก็บภาษีจาก 4 ส่วน คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการพนัน ภาษีเงินได้จากการออกสลากรางวัล และภาษีรายได้ที่ได้จากการลดเปอร์เซ็นต์ให้กับเอเยนต์ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขได้ว่าเป็นเงินเท่าไร
“ความผิดดังกล่าวเข้าข่ายขัดกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือพนักงานของรัฐ พ.ศ.2502 เพราะที่มาของการออกสลากไม่ถือว่าเป็นสลากการกุศล เพราะเป็นสลากกินรวบ และ ครม.หรือรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์ออกมติโดยอ้างว่าไม่ต้องจ่ายภาษีตามประมวลกฎหมายรัษฎากร เพราะโดยสภาพของสลาก เป็นสลากกินรวบ ดังนั้น เงินที่นำไปจ่ายต้องเอามาคืนให้หมด” นายอุดม กล่าว
ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้กล่าวว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่อนุมัติให้มีการจำหน่ายหวยบนดิน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 สำนักงานสลากฯ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ และคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ ทั้งหมด ที่เป็นผู้อนุมัติและส่งหนังสือมายังกระทรวงการคลัง กลุ่มที่ 2 ปลัดกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เป็นผู้ลงนามเห็นชอบให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม. และกลุ่มที่ 3 บุคคลในคณะรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม. และทำการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีทั้งหมด รวม 37 คน
กระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วเห็นว่าบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ได้มีส่วนร่วมให้มีการออกหวยบนดิน โดยมีพฤติการณ์กล้ากระทำการเกินขอบวัตถุประสงค์ของกฎหมายและอำนาจที่จะทำได้ อันส่งผลกระทบต่อนิติรัฐของประเทศ ทำให้เงินได้จากการจำหน่วยหวยบนดินที่สมควรจะนำเข้ามาเป็นรายได้แผ่นดินกลับไม่นำกลับเข้ามาเป็นรายได้แผ่นดิน แต่ได้นำไปจัดเก็บไว้ในที่ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่เป็นวินัยงบประมาณ และไม่สอดคล้องตามระบบการคลังของรัฐ
ดังนั้น กระทรวงการคลังเห็นว่า บุคคลทั้ง 3 กลุ่ม เข้าข่ายกระทำผิดต่อตำแหน่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือ มาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 แล้วแต่กรณี จึงได้กล่าวโทษและยื่นหนังสือไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนและวินิจฉัย โดยขอส่งข้อกล่าวหาให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการพูดกันในหมู่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังว่า เร็วๆ นี้ นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง จะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจากต้องตกอยู่ในภาวะกดดันจากการถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ในหลายๆ เรื่อง อาทิ กรณีสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน ซึ่ง นายศุภรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน กรณีการชี้แจงว่าการซื้อขายหุ้น บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น ของตระกูลชินวัตร และดามาพงศ์
แหล่งข่าวยืนยันว่า ดูจากบุคลิกของนายศุภรัตน์ และแรงกดดันในกระทรวงแล้ว มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะผู้ที่พูดกันเป็นคนที่รู้ข้อมูลวงในเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากนายศุภรัตน์ ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังจริง ก็จะทำให้ตำแหน่งประธานคณะกรรมการต่างๆ หมดวาระลงไปด้วย ทั้งตำแหน่งประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประธานคณะกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้น
“ทั้งหมดนี้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามกฎหมายจัดตั้ง โดยหากจะลาออกเฉพาะตำแหน่งประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งอย่างเดียวคงทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายบังคับเอาไว้”
หาก นายศุภรัตน์ ลาออก ผู้ที่น่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน มีอยู่ 3 คน ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ได้แก่ นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร นายอุทิศ ธรรมวาทิน รองปลัดกระทรวงการคลัง และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เพราะมีอาวุโส และมีฝีมือ โดยเฉพาะ นายศานิต น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากมีบุคลิกที่ประนีประนอมและมีประวัติขาวสะอาดที่สุด ถึงแม้ว่าจะใกล้เกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าอาจจะมีการแต่งตั้งขัดตาทัพไปก่อนในช่วงของรัฐบาลชุดนี้
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา นายอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส.กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติสรุปสำนวนเสนอที่ประชุมใหญ่ คตส.เพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวน และแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประมาณ 30 กว่าคน และข้าราชการระดับสูงในระดับบอร์ดของกองสลากอีก 15-16 คน
ซึ่งคดีนี้มีมูลค่าที่ทำให้รัฐเกิดความเสียหายจากการนำเงินรายได้จากการขายสลากไปใช้จำนวนทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายจากคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์สำหรับการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนและด้อยโอกาส รวมกับโครงการต่างๆ อีกรวม 13,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาท ที่กองสลากจ่ายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ยังมีส่วนความเสียหายที่รัฐขาดรายได้จากการเก็บภาษีจาก 4 ส่วน คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการพนัน ภาษีเงินได้จากการออกสลากรางวัล และภาษีรายได้ที่ได้จากการลดเปอร์เซ็นต์ให้กับเอเยนต์ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขได้ว่าเป็นเงินเท่าไร
“ความผิดดังกล่าวเข้าข่ายขัดกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือพนักงานของรัฐ พ.ศ.2502 เพราะที่มาของการออกสลากไม่ถือว่าเป็นสลากการกุศล เพราะเป็นสลากกินรวบ และ ครม.หรือรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์ออกมติโดยอ้างว่าไม่ต้องจ่ายภาษีตามประมวลกฎหมายรัษฎากร เพราะโดยสภาพของสลาก เป็นสลากกินรวบ ดังนั้น เงินที่นำไปจ่ายต้องเอามาคืนให้หมด” นายอุดม กล่าว
ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้กล่าวว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่อนุมัติให้มีการจำหน่ายหวยบนดิน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 สำนักงานสลากฯ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ และคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ ทั้งหมด ที่เป็นผู้อนุมัติและส่งหนังสือมายังกระทรวงการคลัง กลุ่มที่ 2 ปลัดกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เป็นผู้ลงนามเห็นชอบให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม. และกลุ่มที่ 3 บุคคลในคณะรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม. และทำการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีทั้งหมด รวม 37 คน
กระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้วเห็นว่าบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ได้มีส่วนร่วมให้มีการออกหวยบนดิน โดยมีพฤติการณ์กล้ากระทำการเกินขอบวัตถุประสงค์ของกฎหมายและอำนาจที่จะทำได้ อันส่งผลกระทบต่อนิติรัฐของประเทศ ทำให้เงินได้จากการจำหน่วยหวยบนดินที่สมควรจะนำเข้ามาเป็นรายได้แผ่นดินกลับไม่นำกลับเข้ามาเป็นรายได้แผ่นดิน แต่ได้นำไปจัดเก็บไว้ในที่ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่เป็นวินัยงบประมาณ และไม่สอดคล้องตามระบบการคลังของรัฐ
ดังนั้น กระทรวงการคลังเห็นว่า บุคคลทั้ง 3 กลุ่ม เข้าข่ายกระทำผิดต่อตำแหน่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือ มาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 แล้วแต่กรณี จึงได้กล่าวโทษและยื่นหนังสือไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนและวินิจฉัย โดยขอส่งข้อกล่าวหาให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป


