xs
xsm
sm
md
lg

ยอดทิ้งบ้านเอื้ออาทรพุ่ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ลูกค้าบ้านเอื้ออาทร โอดส่งค่างวดไม่ไหว หลังยอดเงินค่างวดสูงต่อเดือนเกิน 3,000 บาท ด้านผู้บริหารธนาคารออมสิน ยันดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้าบ้านเอื้อฯไม่โหด ย้ำอัตราเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 6%เหมือนกับธอส. ด้านกคช.เร่งเจรจา 2 สถาบันการเงินช่วยตรึงดอกเบี้ย วอนแบงก์คิดค่างวดผ่อนส่งเงินต้นบวกดอกเบี้ยต่องวดอย่าให้เกิน 2,000 บาท ควักเงินกองทุนกคช.ซื้อบ้านลูกค้าทิ้งกว่า 120 ล้านบาท จับตาเร่งอนุมัติก่อสร้างโครงการล็อตใหม่อีก 80,000 หน่วย

ผลกระทบราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลกระทบทางด้านต้นทุนการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องปรับตัว โดยพยายามลดต้นทุนในการก่อสร้างไปค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกัน การเคหะแห่งชาติ(กคช.)เตรียมเสนอแผนต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อเพิ่มราคาขายบ้านเอื้ออาทรในล็อตต่อไป ในส่วนของประชาชนในโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยค่อนข้างประสบเกี่ยวกับภาระการผ่อนค่างวดที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้สิทธิ์ในการซื้อบ้านจากโครงการบ้านเอื้ออาทร และได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับกคช. รวมถึงจ่ายเงินผ่อนชำระจำนวน 3,600 บาทตามระยะเวลาที่กำหนดคือ 1 ปีแรกแล้ว หลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขาย

ล่าสุดหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการรายวัน"ได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าบ้านเอื้ออาทร ในโครงการย่านหนองแขมเขตติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจากการกู้เงินซื้อบ้านในโครงการเอื้ออาทร โดยในโครงการดังกล่าวเป็นโครงการอาคารชุด พักอาศัย จำนวน1,700 ยูนิต ขนาดพื้นที่30-33ตารางเมตร ซึ่งลูกค้าจะซื้อได้ในราคา 390,000 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลจะให้เงินอุดหนุน 80,000 บาทต่อหน่วย ในเบื้องต้นรัฐบาลมีนโยบายให้ผ่านจ่ายต่อเดือน1,500 บาท แต่หลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขายในปี2547 ที่ผ่านมา และการดำเนินการก่อสร้างสร้างดำเนินการจนเสร็จสิ้น เมื่อถึงขั้นตอนขอกู้เงินซื้อบ้านก่อนย้ายเข้าอยู่ หรือรับมอบที่อยู่อาศัยจากการเคหะฯ ปรากฏว่า เมื่อนับรวมอัตราดอกเบี้ยเงินผ่อนแล้ว ลูกค้าจะต้องส่งเงินค่างวดต่อเดือน4,000-5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสร้างปัญหาให้แก่กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำไม่มีความสามารถผ่อนส่งได้

ต่อประเด็นดังกล่าว นายฐิตานนท์ พิบูลย์นครินทร์ รองผู้ว่าฯกคช. เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อกำลังการผ่อนส่งของกลุ่มลูกค้าบ้านเอื้ออาทรมาก เนื่องจากทำให้ต้องส่งค่างวดที่เพิ่มสูงขึ้นไม่ไหว ซึ่งเรื่องดังกล่าวกคช.ได้พยายามเจรจาและหาทางแก้ไขร่วมกับสถาบันการเงินทั้ง 2 แห่ง คือธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) โดยขอร้องในช่วงนี้ให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ หรือหากจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ไม่ควรทำให้เงินผ่อนส่งต่องวดเมื่อนับรวมดอกเบี้ยแล้วไม่เกิน 2,000บาทต่องวด เพื่อช่วยเหลือลูกค้าบ้านเอื้ออาทรที่มีกำลังการผ่อนน้อยโดยเฉพาะภาวะเช่นปัจจุบัน

ในส่วนของธนาคารธอส.นั้น ได้ยืนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ในอัตรา 5% ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ากู้ซื้อบ้านในโครงการบ้านมีค่างวดเงินผ่อนอยู่ในระดับ 1,800 บาทต่องวด จากเดิม 1,500 บาทต่องวด ซึ่งการยืนดอกเบี้ยในระดับ 5% นี้ ธอส. ต้องแบกรับส่วนต่างให้กับผู้กู้อยู่เล็กน้อย ส่วนธนาคารออมสิน นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงทำให้ออมสินยังใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราปกติในตลาดทั่วไป หรือมีการปรับขึ้นตามวิธีการประเมินการปล่อยกู้ให้ลูกค้ารายต่อราย

" ปัญหาที่ลูกค้าบ้านเอื้ออาทร ไม่สามารถส่งค่างวดในอัตราเงินต้นบวกดอกเบี้ยแล้วมีค่างวดสูงเกินไปถึง4,000-5,000 บาทนั้น ขอให้ลูกค้าเข้ามายื่นเรื่องได้ที่การเคหะเพื่อ กคช.จะได้เข้าไปช่วยเหลือในการเจรจาเรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าบ้านเอื้อฯได้ "นายฐิตานนท์กล่าว

นายฐิตานนท์ กล่าวว่า ปัญหาการส่งค่างวดไม่ไหวดังกล่าว เกิดขึ้นมาบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ลูกค้าทิ้งบ้านไม่ผ่อนต่อ ซึ่งลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวยังมีจำนวนน้อยอยู่ โดยนับจากที่กคช.เริ่มส่งมอบบ้านเป็นต้นมา พบว่ามีลูกค้าที่ทิ้งบ้านไม่ผ่อนต่อเพียง 300 รายเท่านั้น ในส่วนนี้กคช.ได้ใช้เงินในกองทุนสำรองเพื่อซื้อบ้านคืนจากสถาบันการเงิน และจัดหาผู้อยู่อาศัยรายใหม่เข้ามาสวมสิทธิ์ในการผ่อนส่งแทนต่อไป สำหรับกองทุนฯดังกล่าว จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่เริ่มโครงการ เพื่อรับซื้อบ้านในระยะประกัน5ปี คืนจากสถาบันการเงิน โดยใช้เงินในกองทุนซื้อบ้านคืนจากสถาบันการเงินไปแล้ว 120ล้านบาท หรือประมาณ 300 หน่วย

แหล่งข่าวจากกคช.กล่าวว่า เรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินไป จนทำให้ค่างวดเพิ่มขึ้นไปสูงถึงเกือบ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเรื่องที่ธนาคารออมสินทำไม่ถูก เพราะกลุ่มลูกค้าบ้านเอื้ออาทรเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย การคิดอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงๆ นับว่าเป็นการไม่ส่งเสริมนโยบายของภาครัฐบาล ซึ่งอาจจะส่งผลให้กลุ่มลูกค้าในอนาคตมีการทิ้งบ้านมากขึ้น ดังนั้นกคช.ต้องเจรจากับธนาคารออมสิน

ออมสินยันไม่คิดดอกเบี้ยโหด
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการธนาคารอออมสินอาวุโส ธนาคารออมสิน กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของธนาคารที่คิดกับลูกค้าบ้านเอื้ออาทร อยู่ในอัตราเดียวกันกับธอส.กล่าวคือ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีเฉลี่ยจะอยู่ที่ 6% เหมือนกับธอส.แต่หากพิจารณาในส่วนอัตราดอกเบี้ยคงที่เป็นรายปีแล้วอาจจะแตกต่างกันบ้าง โดยออมสินดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 อยู่ที่ 5% ปีที่ 2 อยู่ที่ 6% และปีที่ 3 อยู่ที่ 7% ส่วนธอส.ดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 อยู่ที่ 5.5% ปีที่ 2 อยู่ที่ 6% และ6.5% ในปีที่ 3 อย่างไรก็ตาม ธนาคารออมสินเตรียที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งภายในเดือนส.ค.นี้จะมีความชัดเจน โดยระหว่างนี้จะมีการเผยแพร่ข่าวสารให้แก่ประชาชนที่ซื้อบ้านเอื้ออาทรให้รับทราบ

" ออมสินไม่เคยคิดดอกเบี้ยแพงกับลูกค้า และไม่เคยปฎิเสธวงเงินกู้ของลูกค้าบ้านเอื้ออาทร ธนาคารปล่อยเต็มที่ เห็นได้จากกว่า 80% ของยอดขอกู้ผ่านหมด ส่วนที่เหลืออาจจะด้วยคุณสมบัติและความพร้อมของผู้ที่ขอกู้ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารผ่อนปรนมาเยอะแล้ว "นายวรวิทย์กล่าว

รองผู้อำนวยการฯกล่าวถึงผลงานการสนับสนุนสินเชื่อบ้านเอื้ออาทรว่า ตั้งแต่โครงการบ้านเอื้ออาทรในเฟสที่ 1-3 ธนาคารสนับสนุนมาโดยตลอด คิดเป็นจำนวน 24 โครงการ จำนวน 23,626 หน่วย วงเงินที่อนุมัติ 9,500 ล้านบาท แต่รอการเบิกวงเงินกู้

เร่งปล่อยบ้านเอื้อฯล็อตใหม่8หมื่นหน่วย
ด้านนางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ ผู้ว่าการกคช. กล่าวว่า คณะกรรมการกคช.ได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทรล็อตใหม่เพิ่มอีกส่วนหนึ่ง ทำให้ขณะนี้มียอดอนุมัติการก่อสร้างไปแล้วรวม 1.6 แสนหน่วย และจะเร่งอนุมัติเพิ่มอีก 80,000หน่วยเพื่อให้เป็นไปตามเป้าวางไว้ทั้งปี 2.4 แสนหน่วย

สำหรับโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆ ซึ่งกคช.จะรับหน้าที่ในการเข้าไปก่อสร้างโครงการบ้านพักข้าราชการและลูกจ้างข้าราชการ ในที่ดินของหน่วยงานราชการ ซึ่งตามเป้าการก่อสร้างที่วางไว้ในระยะ4ปี ประมาณ 4,000 หน่วย โดยขณะนี้ ยอดการก่อสร้างที่พักอาศัยให้แก่หน่วยงานราชการต่างๆไปแล้ว 2,000 กว่าหน่วยทั่วประเทศ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 49 ที่ผ่านมา กคช.ได้ลงนามสัญญาก่อสร้างบ้านพักอาศัย สำหรับเช่าระยะ20 ปีให้แก่กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นโครงการสวัสดิ์การที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการลูกจ้างและพนักงานราชการกองทัพอากาศเช่าอยู่อาศัย ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสุดของกองทัพอากาศ ใน 4 พื้นที่ คือ พื้นที่บริเวณด้านหลังโรงเรียนอนุบาลฤทธิวรรณาลัย ที่ดินแดง ,พื้นที่บริเวณที่จอดรถ ฌาปณสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน ,พื้นที่บริเวณติดกับบ้านพักเจ้าหน้าที่ ทอท. และสถานีอุตุนิยมวิทยา ดอนเมือง และพื้นที่ว่างบริเวณโรงเรียนดอนเมือง (ทหารอากาศบำรุง)

ทั้งนี้ กคช.จะนำร่องก่อสร้างโครงการสวัสดิ์การที่พักอาศัยดังกล่าว ในบริเวณที่จอดรถ ฌาปณสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน บนที่ดินประมาณ 2 ในลักษณะอาคารชุด 5 ชั้น 1 หลังจำนวน 45 หน่วย ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง420 วัน

แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งหนึ่ง กล่าวว่า หากกคช.สามารถจัดการและทำให้แผนการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นไปตามแนวที่วางไว้ เชื่อว่าการอนุมัติวงเงินกู้กับผู้ขอกู้คงไม่มีปัญหา แต่พบว่า บริษัทที่ได้รับงานจากกคช.ค่อนข้างมีปัญหา บางรายไม่สามารถก่อสร้างโครงการได้ตามที่เสนอกคช.

" จริงๆแล้ว ธนาคารคือด่านสุดท้ายของการช่วยเหลือลูกค้าบ้านเอื้อ แต่กระบวนการที่สมบูรณ์ต้องมาจากกคช.ก่อน การที่จะโยนปัญหาว่าแบงก์คิดดอกเบี้ยแพง ไม่ปล่อยกู้อาจจะไม่ถูก "